เมื่อเวลา 15.00 น.ของวันนี้ (2 ส.ค. 62) ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบบริเวณคลองชลประทานริมถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ ในพื้นที่ ต.โพธิ์ม่วงพันธ์ อ.สามโก้ จ.อ่างทอง หลังทราบว่าชาวนาจากหลายตำบลใน5 อำเภอของ อ.สามโก้ และ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทองได้แก่ อ.โพธิ์ม่วงพันธ์ อ.สามโก้ อ.ห้วยคันแหลน อ.สาวร้องไห้ และ อ.หลักแก้วต่างกำลังเดือดร้อนจากภาวะภัยแล้ง เนื่องจากข้าวในนาจำนวนหลายพันไร่กำลังขาดน้ำพื้นนาแตกระแหง ซึ่งเมื่อไปถึงพบว่าชาวนาได้รวมตัวกันนำเครื่องสูบน้ำพร้อมท่อพญานาคขนาดใหญ่จำนวนหลายสิบท่อมาช่วยตั้งเพื่อสูบน้ำเข้านาสู่คลองส่งน้ำเพื่อวิดต่อไปยังนาของตนเองซึ่งแต่ละคนนั้นที่ที่นาห่างจากแหล่งน้ำหลายกิโลเมตร จากการสอบถามนางสำเนียง ชื่นชีพ อายุ 62 ปีอยู่บ้านเลขที่ 251 หมู่ที่ 4 ต.โพธิ์ม่วงพันธ์อ.สามโก้ จ.อ่างทอง กล่าวว่า ตนทำนาอยู่ทั้งสิ้น 50 ไร่ซึ่งได้ลงทุนหว่านข้าวจนข้าวขึ้นเป็นต้นอายุได้ประมาณ 50 วันแล้ว แต่เนื่องจากน้ำปีนี้มีน้อยทางชลประทานปล่อยน้ำให้ใช้ก็ไม่ได้มากมายเหมือนแต่ก่อน ต้องสลับหมุนเวียนปล่อยน้ำไปตามคลองต่าง ๆ 5 วันบ้าง 7 วันบ้างไม่ใช่ว่าสูบขึ้นมาแล้วจะได้ใช้เลย ต้องสูบไปลงคลองส่ง แล้วสูบต่อไปคูน้ำแล้วถึงวิดเข้านา ซึ่งนาข้าวเจ้าเดียวต้องใช้เครื่องสูบน้ำอย่างน้อย 3 เครื่องแล้วและที่สำคัญระหว่างที่ชลประทานปล่อยน้ำนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะสูบได้เจ้าเดียวชาวนาก็ต้องสลับกันใช้สลับกันสูบน้ำขึ้นสูบครั้งนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะทำให้นาข้าวรอดกับภัยแล้งเพราะว่า สูบ 1 ครั้งใช้ไปได้ประมาณ 7 วันแล้วข้าวตนเหลืออีกตั้ง 70 วันถึงจะเก็บเกี่ยวได้ก็ต้องรอรอบชลประทานปล่อยน้ำต่อไปก็ต้องสูบกันอีกหลายรอบ ตนตั้งเครื่องสูบทั้งวันทั้งคืนค่าน้ำมันก็แพง ตนสูบมา 2 วันหมดเงินไปประมาณ 3,000 พันบาทแล้ว
.
.
.
.