นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี มาดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จะมีการพูดคุย เพื่อปรับโครงสร้างหรือไม่ ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุย แต่คงต้องมีการพูดคุย 3 ฝ่าย คือ นายกรัฐมนตรี / ตน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รวมถึงอาจต้องมี คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ หรือ ก.พร. ซึ่งนายกฯ เคยพูดเรื่องนี้มาก่อนแล้วในเรื่องของดีเอสไอ เนื่องจากตั้งข้อสังเกตว่ามีตำรวจมากเกินไป แต่ช่วงแรกมีความจำเป็นที่ต้องเอาตำรวจเข้ามา เนื่องจากเพิ่งตั้งกรมใหม่
ขณะเดียวกันนายกฯ อยากได้นักกฎหมายเข้ามาทำงานในดีเอสไอด้วย ไม่เช่นนั้นจะมีแค่ตำรวจ ซึ่งเป็นแบบนั้นก็ไม่มีประโยชน์ เพราะต้องการเน้นความเป็นธรรม โดยคดีที่จะเข้าดีเอสไอได้ต้องเป็นคดีพิเศษ และมี 2 แนวทางคือ อธิบดีดีเอสไอ จัดมาเองเพราะเป็นความจำเป็นเร่งด่วน อีกทางคือ ต้องเข้าคณะกรรมการคดีพิเศษ ซึ่งนายกฯ ต้องการให้มีหลักเกณฑ์ชัดเจนว่าคดีใดเป็นคดีพิเศษ
เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตการที่นายกฯไปคุมดีเอสไอเอง เพื่อหวังใช้ประโยชน์คดีทางการเมืองหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่ ไม่มีประโยชน์ที่นายกฯ ต้องลงไปเปิดตัวอย่างนั้น แต่มองว่าต้องการให้การดำเนินคดีไปพร้อมกับตำรวจที่เป็นระบบ และปกตินายกฯ ก็เป็นประธานดีเอสไออยู่แล้ว
ถามต่อว่า เป็นไปได้ว่าขณะนี้ต้องกำหนดหลักเกณฑ์และคัดเลือกคดี ว่าควรจะเป็นคดีพิเศษมากขึ้น นายวิษณุ กล่าวว่า คงต้องเป็นอย่างนั้น ที่ผ่านมาเกณฑ์ก็มีอยู่แล้ว แต่มีการย่อหย่อน เพราะชาวบ้านมาร้องขอ และเมื่อแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้น ชาวบ้านก็มาบ่อย ทำให้ตำรวจน้อยใจ เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการจัดระบบมากขึ้น เพราะโดยหลักเป็นงานของตำรวจ ส่วนคดีพิเศษก็เป็นคดีที่ต้องเป็นไปตามกฎหมายเฉพาะ เช่น คดีผู้มีอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่และสำคัญ ซึ่งตำรวจไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากคดีพิเศษอัยการสามารถลงมาสอบสวนได้