นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายใน ร่วมกับ กรมท่าอากาศยาน บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด บริษัท สายการบินนกแอร์จำกัด (มหาชน) บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) บริษัท บางจากคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยีจำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด(มหาชน) บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด บริษัท สยามแม็คโคร จำกัดบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ดรีเทล จำกัด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท ซีพี ออลล์จำกัด (มหาชน) สมาคมภัตตาคารไทย สมาคมโรงแรมไทย สมาคมธนาคารไทย ผู้แทนส่งออกผลไม้บริษัท รอบบรรเจิด จำกัด (TOPMART) บริษัท ศรีสมัยค้าส่ง จำกัด บริษัททวีกิจซุปเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด บริษัท ซุปเปอร์ชีป จำกัด และ บริษัท ซี เจเอ็กเพรส กรุ๊ป จำกัด ลงนามบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) การบริหารจัดการด้านการตลาดผลไม้ปีการผลิต2562 เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนด้านการตลาดให้แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้มังคุด ลองกองเงาะ และลำไย รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาลอื่นๆ ที่จะออกผลผลิตในช่วงปลายปี 2562 นี้
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมการค้าภายใน ได้เตรียมความพร้อมเพื่อบริหารจัดการด้านการตลาดให้แก่เกษตรกรชาวสวนผลไม้มังคุดลองกอง เงาะ และลำไย รวมถึงผลไม้อื่นๆ ที่จะออกผลผลิตในปลายปี 2562 โดยขยายตลาดการบริโภคผลไม้ในประเทศและนำความหลากหลายไปสู่ผู้บริโภคในช่องทางต่างๆ ด้วยการเชื่อมโยงตลาดร่วมกับห้างค้าปลีกค้าส่ง ได้แก่ บิ๊กซี โลตัส ท็อป เดอะมอลล์เพื่อเชื่อมโยงเข้ามาจำหน่ายในห้างฯรวมทั้งจัดสรรพื้นที่ให้เกษตรกรเข้าไปจำหน่ายโดยตรงให้กับประชาชนอีกทั้งยังเชื่อมโยงผลผลิตจากแหล่งผลิตไปจำหน่ายให้แก่ประชาชนโดยตรงผ่านร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ อีกทั้งยังได้ส่งเสริมการขายมังคุดภาคใต้ผ่านตลาด Onlineซึ่งบริษัท ไปรษณีย์ไทยจะเป็นผู้จัดส่งแบบ Door-Door โดยไม่คิดค่าบริการจัดส่ง
ด้านการส่งเสริมการบริโภคได้ขอความร่วมมือจากหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน โดยวางแผนให้มีการจัดกิจกรรมรณรงค์การบริโภคผลไม้ภาคใต้กิจกรรมรณรงค์บริโภคสินค้า ณ หัวเมืองที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว 4 แห่ง ได้แก่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ชลบุรี สงขลา รวมถึงการนำผลไม้ไทยไปโร้ดโชว์ยังต่างประเทศอีกทั้งยังส่งเสริมการเพิ่มสภาพคล่องแก่ผู้ประกอบการ ด้วยการเพิ่มศักยภาพแก่ผู้รวบรวมผู้ค้าผู้ส่งออกชาวไทยให้สามารถเข้าไปรวบรวมรับซื้อผลผลิตแข่งขันกับผู้นำเข้าต่างประเทศ(ล้งจีน) และสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้รวบรวมเข้าไปรับซื้อผลผลิตลำไยสด (คว้านเมล็ด)ในภาคเหนือ
"ไม่เพียงเท่านั้นยังมีมาตรการในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการซึ่งได้รับความร่วมมือจากท่าอากาศยาน และสายการบินต่างๆอำนวยความสะดวกและให้สิทธิพิเศษแก่ผู้โดยสารสามารถนำผลไม้ขึ้นเครื่องได้ในระยะเวลา3 เดือน
นอกจากนี้ยังได้จัดให้มีการยกระดับมาตรฐานการจัดการผลไม้โดยการจัดทำมาตรฐานทางการค้าและการบรรจุภัณฑ์ทุเรียนคุณภาพในการยกระดับมาตรฐานทุเรียนคุณภาพส่งออก รวมถึงพัฒนารูปแบบและวิธีการบรรจุภัณฑ์ และจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ผลไม้ไทยในต่างประเทศได้แก่ กัมพูชา จีน เวียดนาม ลาว อินเดีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์" นายจุรินทร์กล่าว
อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์เชื่อมั่นว่ามาตรการที่ได้เตรียมพร้อมและความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนในครั้งนี้จะช่วยส่งเสริมเพิ่มมูลค่าให้แก่สินค้าเกษตรของไทย รวมถึงป้องกันและรองรับปัญหาสินค้าผลไม้ล้นตลาดในปี 2562 ได้เป็นอย่างดี