"เคล็ดลับของผมมีข้อเดียวคือทำให้สำเร็จ ผมทำเฟอร์นิเจอร์ผมก็คิดว่าผมจะทำอย่างไรให้แตกต่างจากคนอื่น เครื่องครัวแบบเดิมเวลาทำครัวมันจะเลอะเทอะและเน่า ผมก็พัฒนามาเป็นไฟเบอร์กลาสความสะอาดง่าย ไม่หมักหมมสิ่งสกปรก และในทุกกระบวนการผลิต ผมต้องคุมเอง ตั้งแต่การวัด นั่นหมายความว่า ถ้าวัดผิดไปเพียงแค่เซ็นต์เดียว ความพอดีก็จะไม่เกิด เฟอร์นิเจอร์ก็ลงไม่ได้ ความละเอียดอ่อนในแต่ขั้นตอนของการทำงานแต่ละอย่างนั้นสำคัญมากที่ไม่ควรมองข้าม และจุดเล็ก ๆ ตรงนี้ที่ทำให้ผมไปถึงจุดสูงสุดของการพัฒนาเครื่องครัวไฟเบอร์กลาสรายแรกของเอเชีย" คุณสมชายเอ่ยอย่างภูมิใจ
อิ่มตัวกับธุรกิจเฟอร์นิเจอร์แล้วใช่ไหม ถึงได้เดินออกมา การสนทนาเริ่มเข้าถึงเหตุผลของการเดินออกมาจากบริษัทที่สร้างขึ้นมาด้วยตัวเอง
ชีวิตผม เหมือนละครน้ำเน่าเล่มละไม่กี่บาท ที่พวกคุณเคยอ่านหรอก
ผมก็เหมือนครอบครัวคนจีนส่วนใหญ่ในสมัยก่อน ที่มาอาศัยอยู่บนแผ่นดินไทย แบบไม่ได้มีอะไรติดตัวมา คุณพ่อเริ่มกิจการเฟอร์นิเจอร์เล็ก ๆ ชื่อ "เตียเอ๊กเซ้ง เฟอร์นิเจอร์"
"ผมเริ่มทำงานตั้งแต่ 10 ขวบ ทุกเย็นหลังเลิกเรียนก็จะช่วยงาน จนสามารถเป็นนายช่างใหญ่ได้เต็มตัวด้วยวัยเพียง 13 ปี ทั้งพ่นสี ตัดกระจก เจาะมือจับ และประกอบตู้ และต่อมาก็ตัดสินใจออกจากโรงเรียนจบเพียงแค่ชั้น ม.1 เพราะฐานาการเงินทางบ้านไม่ค่อยดี จึงเปิดโอกาสให้น้อง ๆ ได้เรียนแทน ต่อมาเมื่อมองเห็นว่าการค้าขายแบบเดิมไม่อาจเพิ่มยอดขายได้ จึงตัดสินใจมาร้านเองในปี 2520 จึงเป็นที่มาของ หจก.เพชรเกษมเครื่องเรือน"คุณสมชายนั้นเป็นบุตรคนที่ 3 ของนายเอ็กจือ แซ่เตีย และนางบ๊วย ศรีสกุลภิญโญ จากจำนวนพี่น้องทั้งหมด 8 คน
หลังจากก่อตั้ง หจก.เพชรเกษมเครื่องเรือนในปี 2520 แล้ว ต่อมาในปี 2525 ปีฉลองกรุงเทพมหานครครบ 200 ปี ได้มีโอกาสนำชุดเครื่องครัวไฟเบอร์กลาส ด้วยเงินก้อนแรกที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง ไปแสดงสินค้าที่สนามกีฬาหัวหมาก ถือเป็นการเปิดตัวครั้งสำคัญของเครื่องครัวไฟเบอร์กลาสซึ่งถือเป็นเจ้าแรกของประเทศและภูมิภาคเอเซีย สินค้าได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในเวลาต่อมา
นอกจากนี้ คุณสมชายยังได้เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ที่มียอดขายอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย ละครดังสมัยก่อนใช้สินเค้าของคุณสมชายเข้าฉากแทบทุกเรื่อง เรียกได้ว่าแจ้งเกิดนักธุรกิจหน้าใหม่ได้อย่างงดงามในเวลานั้น
เมื่อสินค้าเฟอร์นิเจอร์เครื่องครัวได้รับการตอบรับที่ดี จึงได้เปลี่ยนชื่อกิจการจาก "เพชรเกษมเครื่องเรือน" มาเป็น บริษัทสตาร์มาร์ค แมนูแฟคเชอริ่ง มีผลประกอบการที่ดีเยี่ยม และมีการขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง
แต่เมื่อมาถึงจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดความไม่ลงตัวในหลาย ๆ และมีเหตุให้คุณสมชายและครอบครัวไม่สามารถทำงานในบริษัทได้ และนำไปสู่การฟ้องร้องเพื่อความเป็นธรรมถึง 13 คดี
สองปีที่ผ่านมา เงินทองที่สะสมมาได้ หมดไปกับคดีความ ในขณะที่ลูกสาวคนเล็กยังเรียนไม่จบ ลูกทุกคนได้รับผลกระทบจากจุดเปลี่ยนครั้งนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผุ้เป็นพ่ออย่างเขา ต้องน้ำตาตก และโทษตัวเองว่า เป็นคนที่ทำให้ลูกต้องได้รับผลกระทบ
"ผมไม่เคยกลัวความลำบาก ผมไม่เคยกลัวตาย ผมผ่านความเป็นความตายมาแล้ว แต่สิ่งที่ผมห่วงคือลูก เขาทุกคนได้รับผลกระทบหมด บางคนอยู่ในภาวะซึมเศร้า แต่ผมสอนลูกผมทุกคนเสมอให้เป็นนักสู้ ให้อยู่อย่างสมถะ และยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างคนที่พร้อมจะเดินหน้าต่อ แบบไม่ท้อ และให้อดทน ผมเชื่อว่าวันหนึ่งมันจะเป็นวันของผมและครอบครัว" คุณสมชายพูด พลางยกผ้าขนหนูขึ้นเช็ดน้ำตา ที่เอ่อขึ้นมา เมื่อพูดถึงลูก
นอกจากครอบครัวที่เป็นที่รักแล้ว คุณสมชาย ยังบอกด้วยว่า การเปิดร้านราดหน้าในครั้งนี้ นอกจากจะขายหน้าร้านที่ตลาดน้ำคลองลัดมะยมนี้แล้ว ยังอยากจะทำแฟรนไชซ์ ให้กับ คนงานและครอบครัว ที่ได้รับผลกระทบจากการถูกเลิกจ้าง เพราะเป็นคนของตนและภรรยา ซึ่งได้ทำงานมาด้วยกันหลายสิบปี ได้มีอาชีพ เงินลงทุนตั้งต้น ไม่เกิน 20,000 บาท ก็สามารถทำได้ และสามารถขายได้ เพราะราดหน้า เป็นอารหารที่ใครก็ทานได้ ขายไม่ยาก
สำหรับร้าน "ราดหน้าเอ็กจือ" ให้บริการอาหารระดับเหลา ทั้งราดหน้าธรรมดา และเป๋าฮื้อ กระเพาะปลาชามยักษ์ ทานได้ 4-6 คน โดยจะเปิดให้บริการเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์เริ่มตั้งแต่เวลา 9.00นถึง16.00น. ณ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม โซน 4
ราดหน้าสู้ชีวิตของเศรษฐีพันล้าน กับเรื่องราวที่น่าสนใจ แต่พันหมื่นเหตุผลใด จะยิ่งใหญ่เท่ากับ ทำวันนี้เพื่อ "ลูก"
แพรประพันธ์ นัยยุติ เรื่อง
วสันต์ วณิชชากร ภาพ