เนชั่นทีวี

ข่าว

สหภาพฯกทพ.ข้องใจ'สามารถ'หนุนขยายสัมปทาน

22 ก.ค. 2562 | rattana

สหภาพฯกทพ.ข้องใจ'สามารถ'หนุนขยายสัมปทาน

สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ กทพ. เตรียมให้ข้อมูลคณะกรรมาธิการวิสามัญขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน 30 ปีวันพรุ่งนี้ พร้อมค้านข้อเสนอรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในคณะกรรมาธิการที่เสนอให้ขยายสัญญาสัมปทานแลกยุติคดีพิพาท

ในวันพรุ่งนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน จะเชิญสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ สร.กทพ.ไปให้ข้อมูลกรณีที่บอร์ดกทพ.มีมติขยายสัญญาสัมปทานทางด่วน 3 โครงการ ระยะเวลา 30 ปี ให้กับคู่สัญญา คือ บมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM โดยสหภาพฯ จะให้ข้อมูลถึงเหตุผลของการคัดค้านขยายสัมปทานทางด่วนทั้ง 3 โครงการให้กับ BEM โดยยึดตามหลักของกฎหมายว่ามีการดำเนินการถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะพรบ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2562 
ส่วนกรณีรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงข้อเสนอแนะที่ให้กทพ.ดำเนินการขยายสัมปทานทางด่วนให้กับ BEM หากเห็นว่ากทพ.มีแนวโน้มจะแพ้คดีใน 17 ข้อพิพาทกับ BEM สหภาพฯไม่เห็นด้วยต่อประเด็นดังกล่าว เพราะการจะขยายสัมปทานทางด่วนให้กับคู่สัญญาด้วยเหตุผลที่กทพ.มีโอกาสจะแพ้คดีสูง เท่ากับว่ากทพ.ยอมแพ้คดีตั้งแต่ต้น ซึ่งควรจะให้มีการต่อสู้ในชั้นศาลและได้ข้อยุติเสียก่อน และยังเป็นปัญหาในเรื่องการลงบัญชีที่ถูกต้อง ซึ่งกทพ.กำลังรอที่จะเข้าไปหารือกับสำนักงานสภาวิชาชีพบัญชีในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้  
ก่อนหน้านี้ ดร.สามารถ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คเมื่อวันที่ 30 มกราคม 2562 โดยใช้ชื่อเรื่องว่า จัยตาการต่อสัญญาทางด่วน 37 ปีเพื่อใคร โดยตั้งคำถามถึงค่าชดเชย 1.37 แสนล้านบาท ที่กทพ.จะต้องจ่ายให้ BEM ใน 17 ข้อพิพาท ประเมินมาอย่างไร เหตุใดบอร์ดกทพ.จึงเห็นชอบให้ขยายสัญญาสัมปทานนานถึง 37 ปี และได้มีข้อเสนอแนะ โดยขอให้บอร์ดกทพ.พิจารณาทบทวนการต่อสัญญาให้ BEM เป็นระยะเวลา 37 ปี ขอให้บอร์ดกทพ.พิจารณาให้กทพ. ดำเนินการบริหารทางด่วนที่จะสิ้นสุดสัญญาสัมปทานเอง จะทำให้สามารถลดค่าผ่านทางและลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ใช้ทางด่วน
แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า การโพสต์ข้อความล่าสุดของรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา ได้ให้ความเห็นเรื่องทางออกของค่าโง่ทางด่วน 1.37 แสนล้านบาทที่แตกต่างจากการโพสต์ในวันที่ 30 มกราคม 2562 โดยเสนอให้กทพ.พิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาค่าโง่ทางด่วน  คือ 1.หากเห็นว่ามีโอกาสชนะคดีสูงจากข้อพิพาทที่เหลืออยู่ก็ควรสู้คดีต่อ แต่จะต้องจ่ายเงินชดเชยให้ BEM ในข้อพิพาทที่ศาลปกครองสูงสุดตัดสินแล้วเป็นเงิน 4,318.4 ล้านบาท หรือขยายเวลาสัมปทานทางด่วนปากเกร็ด-บางปะอินให้แทนเป็นเวลาประมาณ 4-5 ปี


2.หากเห็นว่ามีโอกาสแพ้สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อพิพาทจากการแข่งขันที่ศาลปกครองสูงสุดได้เคยตัดสินแล้ว ก็ควรยุติข้อพิพาทที่เหลือทั้งหมด แล้วพิจารณาขยายเวลาให้BEM แต่ควรขยายเวลาให้ไม่เกิน 15 ปี เพื่อชดเชยหนี้จำนวน 5.9 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ไม่ควรนำการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 หรือ Double Deck มาพิจารณารวมกับข้อพิพาท โดยการก่อสร้างทางด่วนชั้นที่ 2 นั้น หากกทพ.มั่นใจว่าเมื่อสร้างขึ้นมาแล้วจะสามารถแก้ปัญหารถติดบนทางด่วนได้จริงก็ควรแยกเป็นโครงการเฉพาะ

สหภาพฯกทพ.ข้องใจ'สามารถ'หนุนขยายสัมปทาน




สหภาพฯกทพ.ข้องใจ'สามารถ'หนุนขยายสัมปทาน

 

ข่าวล่าสุด