"ในกรณีนี้นายกรัฐมนตรีได้มีการกำชับในเรื่องการให้ความเป็นธรรม โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยว เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยว และท่านนายยกรัฐมนตรีได้มีบัญชาให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง และอย่าให้เกิดกรณีแบบนี้ขึ้นอีก หากว่าเป็นความผิดจริงตามที่นักท่องเที่ยวกล่าวหา แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน และที่ผ่านมาในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร พลเรือน และเจ้าหน้าที่การท่าฯภูเก็ต ได้มีการกวดขันกรณีผู้ไม่ได้รับอนุญาตให้รับผู้โดยสารในสนามบินมาโดยตลอด"
อย่างไรก็ตามจากการพูดคุยเบื้องต้นกับ พนักงานขับรถตู้ รายดังกล่าว เล่าว่า ก่อนที่จะรับนักท่องเที่ยวหญิงชาวออสเตรเลียทั้ง 2 คน ไปส่งโรงแรมที่พัก ได้มีการอธิบายทำความเข้าใจเกี่ยวกับค่าโดยสารว่า หากจ่ายค่าโดยสารคนละ 200 บาท จะต้องรอให้นักท่องเที่ยวเต็มคันรถจึงจะออกไป แต่หากไม่รอก็จะต้องเช่าเหมาคัน โดยคิดราคา 2,000 บาท ซึ่งนักท่องเที่ยวบอกว่า ไม่รอ ขอเช่าเหมาคัน และตกลงราคากันที่ 2,000 บาท จากราคาเช่าเหมาปกติจะอยู่ที่ประมาณ 1,600 บาท ซึ่งตนก็ยอมรับว่าผิดที่คิดนักท่องเที่ยวเกินมา 400 บาท แต่ยืนยันว่า เก็บเพียง 2,000 บาท ไม่ได้เก็บ 3,000 บาทตามที่ถูกกล่าวหา
จากการสอบถามล่ามที่มากับนักท่องเที่ยว ทราบว่า จากที่มีการสอบถามนักท่องเที่ยวยังยืนยันเหมือนเดิมว่ามีการเก็บค่าโดยสารในราคา 3,000 บาท และมาทราบภายหลังว่า ราคาดังกล่าวเกินกว่าความเป็นจริง โดยเหตุที่เขามาลงบันทึกประจำวันนั้นก็เพียงเพื่อเป็นหลักฐาน และต้องการให้เกิดความเป็นธรรมเท่านั้น ซึ่งเขาก็ไม่คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นจะเป็นข่าวใหญ่ของจังหวัดภูเก็ต ก็ค่อนข้างตกใจพอสมควร