นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรมอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยผลการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน(Senior EconomicOfficials Meeting : SEOM) ครั้งที่ 3/50 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 14-15กรกฎาคม 2562 ณ โรงแรมเซนทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯโดยที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าการทำงานของคณะทำงานด้านต่างๆ ภายใต้เสาเศรษฐกิจพบในช่วงครึ่งแรกของปี 2562 หลายเรื่องมีความคืบหน้าได้ตามเป้าหมายโดยเฉพาะในส่วนที่จะช่วยอำนวยความสะดวกการประกอบธุรกิจของภาคเอกชน อาทิ
1.การจัดทำระเบียบปฏิบัติในการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองของอาเซียน(ASEAN-Wide SelfCertification) ซึ่งดำเนินการสำเร็จแล้วและพร้อมใช้ระบบนี้ในเดือนมีนาคม 2563ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ประกอบการสามารถเลือกรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าที่ต้องการได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีของอาเซียนด้วยตนเองได้โดยไม่จำเป็นต้องไปขอรับใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form D) จากหน่วยงานภาครัฐอีกต่อไป
2.การจัดทำระบบการเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนเอกสารใบรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างอาเซียน 10 ประเทศ (ASEAN Single Window: ASW) ใกล้แล้วเสร็จ โดยขณะนี้มีสมาชิกอาเซียน 7ประเทศ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน และกัมพูชาได้เชื่อมต่อระบบและแลกเปลี่ยน Form D ทางอิเล็กทรอนิกส์แล้วยังเหลือสมาชิกอาเซียนอีก 3 ประเทศ คือ ฟิลิปปินส์ เมียนมา และสปป ลาวที่อยู่ระหว่างทดสอบระบบ มีความคืบหน้าไปมากและพร้อมดำเนินการให้สำเร็จเชื่อมต่อระบบครบ 10 ประเทศ ภายในปีนี้ ซึ่งหากระบบ ASW สมบูรณ์จะช่วยลดระยะเวลาและต้นทุนของภาคธุรกิจ เพราะสามารถยื่น Form D ผ่านระบบออนไลน์และหน่วยงานของรัฐที่ด่านพรมแดนจะสามารถตรวจสอบเอกสารและปล่อยสินค้าได้อย่างรวดเร็ว
3.การรับรองหลักการเพื่อเป็นแนวทางให้สมาชิกอาเซียนปรับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการค้าให้สอดคล้องกัน(ASEAN GeneralPrinciples for Harmonisation of Regulatory Regimes) (4)การตกลงที่จะทบทวนความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน (ASEAN Trade in Goods Agreement : ATIGA) ซึ่งบังคับใช้มาแล้ว 8 ปีให้ทันสมัยสามารถรองรับรูปแบบการค้าในปัจจุบันและลดอุปสรรคทางการค้า
นางอรมน กล่าวว่า ที่ประชุมเตรียมเสนอให้ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนในเดือนกันยายนศกนี้ ลงนาม ในเอกสารสำคัญ 2 ฉบับ ที่อาเซียนหาข้อสรุปร่วมกันได้ ได้แก่ 1.ความตกลงยอมรับร่วม (MRA)ผลการตรวจสอบและรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยานยนต์และชิ้นส่วนของอาเซียนซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการทำธุรกิจของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์เพราะเมื่อผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานทดสอบมาตรฐานในประเทศสมาชิกอาเซียนแล้วเมื่อส่งออกไปยังสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ประเทศนั้นจะยอมรับผลการตรวจสอบนั้นเช่นกันโดยไม่ต้องตรวจซ้ำ
2. พิธีสารว่าด้วยกลไกระงับข้อพิพาทของอาเซียนฉบับปรับปรุงเพื่อให้กลไกระงับข้อพิพาทของอาเซียนทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันรวมทั้งเป็นไปตามหลักการและกระบวนการระงับข้อพิพาทของ WTO โดยที่ประชุมเห็นพ้องให้สมาชิกอาเซียนไปดำเนินกระบวนการภายในประเทศของตนให้เสร็จก่อนเสนอให้ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนลงนามในเอกสารทั้ง2 ฉบับดังกล่าว