และล่าสุด "กนก รัตน์วงศ์สกุล" โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึง กรณีแพรวา โดยระบุข้อความ ดังนี้
อ่านข่าว แพรวาแล้ว ไม่น่าเชื่อว่า เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเมื่อเกือบ 9 ปีที่ผ่านมา กำลังจะถูกตราหน้าว่า "...9 ศพ " ตลอดกาล..
จากอุบัติเหตุเมื่อช่วงค่ำวันที่ 27 ธ.ค. 2553 บนทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ ใกล้กับ ม.เกษตรศาสตร์น.ส.อรชร เทพหัสดิน ณ อยุธยา หรือแพรวา อายุ 17 ปี ขับฮอนด้า ซีวิค สีขาว รถของเพื่อนที่ยืมมา โดยเธอไม่มีใบขับขี่ พุ่งชนท้ายรถตู้สาธารณะมีผู้โดยสาร 14 คน อย่างแรง !รถตู้กระเด็นไปฟาดขอบทาง สะบัดร่างผู้โดยสารกระเด็นออกจากรถ เสียชีวิตทันที 8 เจ็บอีก 6 คน ต่อมาเสียชีวิตอีก 1 รวมเป็น 9 ศพส่วนแพรวา บาดเจ็บเล็กน้อย และยังมีสติรับรู้ดีหลังเกิดเหตุหลังจากต่อสู้กันคดีกัน 9 ปี ศาลฎีกา ตัดสินจำคุก 2 ปี รอลงอาญา 3 ปี คือไม่ติดคุก ให้ไปบำเพ็ญประโยชน์แทน ห้ามขับรถจนถึงอายุ 25 ปี (ตอนนี้ขับได้แล้ว)คดีแพ่ง เพิ่งสิ้นสุดเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 62 ศาลฎีกาสั่งให้ชดใช้ประมาณ 26 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ทั้ง 12 คดี (ผู้เสียชีวิต 9 ศพ และบาดเจ็บอีก 3 ราย)โดยญาติผู้เสียชีวิตยืนยันว่าจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการติดต่อจากฝ่ายผู้ก่อเหตุเลย !!ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อนะครับ จากคดีที่พ่อแม่ของจำเลย เสมือนหนึ่งจะสำนึก พร้อมขอความเห็นใจจากสังคม ตอนนั้นว่า เป็นอุบัติเหตุ และลูกยังไม่บรรลุนิติภาวะแต่เอาล่อเอาเถิดทั้ง 2 ศาล มาถึงขั้นฎีกา โดยเฉพาะศาลแพ่ง ที่จะตัดสินให้ชดใช้เยียวยา ก็ถูกดึงมาจนสุดท้ายไม่นานนี้.. ฝ่ายที่ดึง เราก็น่าจะรู้ว่าเป็นฝ่ายไหน ..และเมื่อญาติผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ระบายความทุกข์ยากล่าสุด ให้สังคมโซเชียลฟัง .."แม่ ดร.เป็ด" วิงวอน อยากให้แพรวา เห็นใจบ้าง ลูกชายตายไป 8 ปีกว่า จนถึงวันนี้ยังไม่มีการติดต่อมา รู้สึกอึดอัดมากเพราะอายุก็มากแล้ว หากลูกชายอยู่คงไม่ลำบากขนาดนี้ ..ผู้ใช้ทวิตเตอร์ tintin ได้อธิบายเอกสารในชั้นศาลตอนหนึ่งว่า..
".. จําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 ขอกราบเรียนต่อศาลว่า จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 เป็นบิดามารดาของจําเลยที่ 1 มีฐานะมั่นคง และอยู่ในวงศ์ตระกูลที่มีชื่อเสียงในสังคม และจําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และ จําเลยที่ 3 ยังเป็นทายาท ของพลเอก .. เทพหัสดิน ณ อยุธยา บุคคลผู้มีชื่อเสียงและประกอบคุณประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติมาโดยตลอด ฐานะทางการเงินมั่นคง สามารถที่จะชําระหนี้ได้ตามคําพิพากษาของศาลหากคดีถึงที่สุด แต่เนื่องจากคดีนี้ จําเลยที่ 1 จําเลยที่ 2 และจําเลยที่ 3 มีโอกาสที่จะชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ได้ เพราะเมื่อโจทก์ทั้ง 28 ตกลงยอมรับได้รับค่าสินไหมทดแทนตามฟ้อง และได้ทําบันทึกข้อตกลงและรับเงินจํานวนดังกล่าวแล้ว"ชัดเจนว่า ฝ่ายจำเลย "ไม่จ่ายโดยง่าย" และ ทางผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ก็ไม่ได้เจอหน้าจำเลยอีกเลย นอกจากทนายตัวแพรวา ก็เปลี่ยนชื่อหลายครั้ง จากอรชร หรือแพรวา เป็น บัวบูชา เทพหัสดิน ณ อยุธยา และ น.ส.รวินภิรมย์ อรุณวงศ์และแต่งงานไปแล้วกับอดีตคณะอนุกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการปกครองท้องถิ่น สภานิติบัญญัติแห่งชาติ
ทำไมเรื่องนี้ยังไม่จบ ยังถูกลากยาวมาถึง 9 ปี ฝ่ายที่ลาก ย่อมไม่ใช่ผู้สูญเสียแน่..9 ชีวิตที่จากไป และส่งผลกระทบไปถึงครอบครัวทั้ง 9 รวมถึงครอบครัวผู้บาดเจ็บด้วยนั้น ไม่อยู่ในความเห็นใจของเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเลยหรือ?ในใจคิดอะไรอยู่..คิดจะดึงเรื่องไปเรื่อยๆ? ยอมถูกฟ้องล้มละลาย? (ไม่ต้องจ่าย 26 ล้าน)อย่ามองข้าม พลังในโลกโซเชียล อย่าคิดว่าการเปลี่ยนชื่อ หรือการมีครอบครัวใหม่ จะรอดพ้นจากการถูกตราหน้า..นี่มิใช่ทางออกที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ในสังคมชาวพุทธ จะหาทางออกให้ลูก บาปกรรมนั้นเรื่องหนึ่ง แต่การใช้ชีิวิตจากนี้ไป ในทุกที่ที่ผู้หญิงคนนี้ปรากฏตัว ทุกคนจะเห็นตัวหนังสือ "แพรวา 9 ศพ" ติดอยู่บนหน้าผาก.....แล้วการเปลี่ยนชื่อ ไปมีผัว มีนามสกุลดัง ก็ช่วยอะไรไม่ได้ติดตาม ข่าวข้น คนเนชั่น คืนนี้
20.15 น. เนชั่น ทีวี