ข้อบังคับใหม่ของญี่ปุ่นที่จะจำกัดการส่งออกเคมีภัณฑ์ 3 ชนิดที่ใช้ในการผลิตชิพและหน้าจอ รวมทั้งการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตไปยังเกาหลีใต้ ทำให้ต่อจากนี้ผู้ส่งออกจะต้องยื่นขออนุญาตการส่งออกไปเกาหลีใต้ในแต่ละครั้ง ซึ่งกระบวนการนี้อาจต้องใช้เวลา 90 วัน และจะกระทบต่อบริษัทไฮเทครายใหญ่ของเกาหลีใต้ อย่างซัมซุง, แอลจี, และเอสเค ไฮนิกซ์
ด้านซุง ยุน-โม รัฐมนตรีอุตสาหกรรมเกาหลีใต้ ประกาศว่า รัฐบาลจะยื่นร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลกหรือ WTO โดยให้เหตุผลว่า การกระทำของญี่ปุ่นขัดต่อข้อบังคับของ WTO และรัฐบาลอาจใช้มาตรการตอบโต้ที่จำเป็นรวมถึงการหาแหล่งวัตถุดิบใหม่ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศตึงเครียดขึ้นนับตั้งแต่ศาลสูงสุดเกาหลีใต้มีคำตัดสินเมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้วให้บริษัท นิปปอน สตีล ของญี่ปุ่นจ่ายเงินชดเชยให้กับชาวเกาหลีใต้ 4 คนที่ถูกบังคับใช้แรงงานเยี่ยงทาสในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ญี่ปุ่นยืนยันว่า ญี่ปุ่นจ่ายเงินชดเชยให้แล้วตามข้อตกลงฟื้นฟูความสัมพันธ์ของสองประเทศเมื่อปี พ.ศ.2508
ขณะที่รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศแผนที่จะทุ่มงบประมาณปีละกว่า 850 ล้านดอลลาร์ ในการลงทุนพัฒนาแหล่งผลิตวัตถุดิบไฮเทคภายในประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาญี่ปุ่นหลังมาตรการจำกัดการส่งออกเคมีภัณฑ์ 3 ชนิดที่ใช้ในการผลิตชิพและหน้าจอของสมาร์ทโฟนและทีวี ที่ญี่ปุ่นประกาศออกมาเมื่อวันจันทร์ อาจส่งผลกระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีและผู้ผลิตชิพรายใหญ่ของเกาหลีใต้อย่าง Samsung Electronics และ SK Hynix