เนชั่นทีวี

ข่าว

หัวหน้าแก่งกระจาน ยันใช้ กม.แก้ปัญหากะเหรี่ยง

15 ก.ค. 2562 | wanchat

หัวหน้าแก่งกระจาน ยันใช้ กม.แก้ปัญหากะเหรี่ยง

หัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน ชี้ปัญหาเรื่องชุมชนกระเหรี่ยงในพื้นที่ยังคงมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน โดยเฉพาะความต้องการของกลุ่มชาติพันธ์บางคนที่อยากย้ายกลับไปอยู่ที่ใจแผ่นดิน ซึงเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ ยันเดินหน้าแก้ปัญหาความขัดแย้งกับชาวบ้านด้วย พรบ.อุทยานแห่งชาติฉบับล่าสุด หากต้องการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปีหน้า

หลังจากที่กลุ่มป่าแก่งกระจานพลาดจากการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 43 ณ กรุงบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจานที่ผ่านมา ล่าสุดหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ยันเดินหน้าแก้ปัญหาความขัดแย้งกับชาวบ้านโป่งลึกบางกลอย ด้วยพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติฉบับล่าสุด ชี้คุณภาพชีวิตกลุ่มชาติติพันธ์ดีขึ้นจากคนไร้สัญชาติ กลายเป็นคนไทยมีบัตรประชาชน เร่งเดินหน้าขึ้นทะเบียนมรดกโลก
นายมานะ เพิ่มพูล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บอกว่า จากข้อท้วงติงของที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกเกี่ยวกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน 3 ข้อ คือ1. ให้ดำเนินการเรื่องขอบเขตระหว่างไทยและเมียนมา 2. ให้ไปทำข้อศึกษาเปรียบเทียบเรื่องขอบเขตพื้นที่ที่ลดลงว่ายังอยู่ภายใต้ข้อกำหนดตามระเบียบข้อที่ 10 ของการขึ้นแหล่งมรดกทางธรรมชาติ และ 3. ให้ไปทำข้อห่วงกังวลเรื่องชุมชนในพื้นที่
ทั้งนี้ ปัญหาเรื่อง?เขตแดน กระทรวงการต่างประเทศได้เจรจาทางการทูตกับประเทศเมียนมาเป็นที่ยุติได้รับความพึงพอใจแล้วทั้งสองฝ่าย เหลือแต่เพียงปัญหาชาวบ้านในพื้นที่ที่ยังคงต้องรอการแก้ไข
ปัจจุบันทราบว่า กลุ่มชาติติพันธ์กะเหรี่ยงแก่งกระจานที่อาศัยอยู่ในพื้นที่บ้านโป่งลึก? บางกลอย? บางส่วนมีความต้องการที่จะย้ายกลับไปอาศัยอยู่ที่ใจแผ่นดินซึ่งเป็นพื้นที่ต้นน้ำอยู่ในป่าลึก ซึ่งกฎหมายอุทยานแห่งชาติฉบับปัจจุบันไม่อนุญาตให้มีการขยายพื้นที่หรืออาศัยอยู่ในเขตต้นน้ำ ข้อเสนอนี้จึงเป็นไปไม่ได้ แม้จะมีการอ้างมติคณะรัฐมนตรี 3 สิงหาคม 2553 แต่ก็นับว่าเป็นมติคณะมนตรี ที่ไม่มีความชัดเจน 
หัวหน้า มานะยืนยันว่าจะใช้ขั้นตอนตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติฉบับล่าสุด? ในการแก้ปัญหาในพื้นที่ดังกล่าว ในการจัดทำพื้นที่ทำกิน อีกทั้งที่ผ่านมาคำสั่งคสช.ส่งผลให้ชาวบ้านมีที่ดินทำกินเพิ่มขึ้น 200 - 400 ไร่
โดยในปีหน้ายังคงยืนยันที่จะเดินหน้าเสนออุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกต่อไปและเชื่อว่าจะประสบความสำเร็จ จากการลงพื้นที่ทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
สำหรับการแก้ปัญหากลุ่มชาติติพันธุ์ในพื้นที่ต้องยอมรับว่า กะเหรี่ยงบ้านบางลึกบางกลอย เป็นกลุ่มชนที่อพยพลงมาจากใจแผ่นดิน ซึ่งมีสถานะเป็นคนไร้รัฐเมื่อมาอยู่ในพื้นที่ที่รัฐจัดสรรให้ก็มีบัตรประชาชนกลายเป็นคนไทยได้รับสวัสดิการต่างๆครบถ้วน เมื่อแรกอพยพลงมาในปี 2539 มีประชากรอยู่ราว 390 คน 20 ปี ต่อมา ณ ปัจจุบันมีประชากรเพิ่มขึ้นกว่า 1000 คน มีการส่งเสริมอาชีพของชาวบ้านในพื้นที่ ให้ปลูกทุเรียน สร้างรายได้นับล้านบาทต่อปี
ขณะที่ความคืบหน้าของการหายตัวไปของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือกะเหรี่ยงบิลลี่ แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ล่าสุดทาง "ดีเอสไอ" ได้ส่งสายลงไปแฝงตัวหาหลักฐานคดี "กะเหรี่ยงบิลลี่" ยอมรับเป็นงานยาก ทั้งสภาพพื้นที่-พยานบุคคลหวาดกลัวให้ข้อมูล คราบเลือดในรถตรวจไม่พบดีเอ็นเอ
พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดี (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการหายตัวของนายพอละจี รักจงเจริญ หรือกะเหรี่ยงบิลลี่ แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแม่เพรียง จ.เพชรบุรี ว่า ภายหลังคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) มีมติให้โอนคดีจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มาเป็นคดีพิเศษ ดีเอสไอได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยายามสืบหาข้อมูลพยานหลักฐานมาตลอด ไม่ได้นิ่งนอนใจหรือดึงคดีให้ล่าช้า แต่การแสวงหาพยานหลักฐานทำได้ยาก เพราะการหายตัวผ่านไปหลายปี คดีจึงถูกโอนมาให้ดีเอสไอ ขณะที่หลักฐานจากการตรวจสอบรถยนต์ของอุทยานฯ 1 คัน ซึ่งพบร่องรอยคราบเลือดภายในห้องโดยสารนั้น เมื่อนำไปตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอว่าตรงกับบิลลี่หรือไม่ ก็ไม่ปรากฏข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์ ผลตรวจทราบเพียงว่า เป็นเลือดมนุษย์ไม่ใช่เลือดสัตว์
"ดีเอสไอไม่หยุดความพยายาม ได้สืบค้นพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง สอบคำให้การของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานที่เกี่ยวข้องในวันเกิดเหตุไปแล้ว ทุกคนให้การไปในทิศทางเดียว ซึ่งไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวนมาก ยอมรับว่าคดีนี้การหาพยานหลักฐานค่อนข้างยาก ทั้งจากสภาพพื้นที่ที่เป็นภูเขาและหน้าผาสูง และการสอบปากคำชาวบ้านที่มีความวิตกกังวลและกลัวในหลายเรื่อง แต่ยืนยันว่าดีเอสไอกำลังหาพยานหลักฐานสำคัญ ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะเกรงว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่ชุดแฝงตัวเก็บข้อมูลจะได้รับความเดือดร้อน"
สำหรับปัญหาการละเมิดสิทธิชาวกระเหรี่ยง เป็นหนึ่งในเงื่อนไขที่ทำให้ป่าแก่งกระจานไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก โดยเฉพาะกรณีการหายตัวของนายพอละจี หรือกะเหรี่ยงบิลลี่ แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 เม.ย.57 ระหว่างถูกเจ้าหน้าที่อุทยานฯควบคุมตัวในความผิดเก็บของป่า ภายในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

ข่าวล่าสุด