รองนายกรัฐมนตรี สมคิดจาตุศรีพิทักษ์ ระบุ สถานการณ์
เงินบาทที่แข็งค่าในช่วงที่ผ่านมา เป็นหน้าที่ของธปท.ที่ต้องติดตามดูแล โดยสั่งการให้ ธปท.ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะเงินทุนที่ไหลเข้ามาในช่วงสั้นๆยืนยันว่าการเมืองไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการทำงานของ ธปท.ส่วนกรณีที่
ธนาคารโลกแสดงความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพการเมืองไทยว่าการเป็นพรรคร่วมจะทำให้ทำงานลำบาก อยู่ได้ไม่นานนั้น ไม่อยากให้กังวลมากเกินไประบุไทยผ่านการมีรัฐบาลร่วมมาแล้ว จึงขอให้ทุกฝ่ายเชื่อมั่นรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ร่างนโยบายรัฐบาลเพื่อแถลงต่อรัฐสภาแล้วอย่ากังวลว่าการเป็นพรรคร่วมจะทำงานไม่ได้ เพราะทุกคนรู้จักกันดีและหากดูนโยบายก็ไม่ได้แตกต่าง ยืนยันว่าทุกฝ่ายพร้อมทำงานเพื่อบ้านเมืองหลังจากนี้จะหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลในการออกนโยบายด้านเศรษฐกิจต่อไป
ส่วนภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มชะลอตัวปัญหาสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐที่ยืดเยื้อ จนกระทบกับภาคส่งออกการลงทุนและการท่องเที่ยว โดยหลายสำนักคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัว 3.5% ในปีนี้ซึ่งในสภาวะการจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้เหล่านี้การที่เศรษฐกิจไทยเติบโตได้เฉลี่ย3% ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ หากสามารถสร้างภูมิคุ้มกันในประเทศผ่านการสร้างความเชื่อมั่นเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายให้เกิดขึ้นก็จะเป็นส่วนสำคัญในการประคองเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป