นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน3 สถาบัน (กกร.) กล่าวว่า กกร.ได้ปรับกรอบประมาณการอัตราการเติบโตของการส่งออกในปี2562 ลงมาที่ -1.0% ถึง 1.0% จากเดิม 3.0-5.0% แม้ว่ารัฐบาลใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังแต่ กกร.ก็มองว่าอาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลจากการส่งออกที่ลดลงท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ชะลอลงและทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าดังนั้น กกร. จึงปรับกรอบประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2562 ลงมาที่2.9-3.3% จากเดิม 3.7-4.0%สำหรับอัตราเงินเฟ้อปี 2562 ยังคงไว้ที่กรอบเดิมคือ 0.8-1.2%
ทั้งนี้ ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2562เครื่องชี้เศรษฐกิจไทยมีสัญญาณที่อ่อนแรงสะท้อนจากการส่งออกและการลงทุนภาคเอกชนที่หดตัวขณะเดียวกันจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยก็ขยายตัวในระดับต่ำมีเพียงการบริโภคภาคเอกชนที่ขยายตัว จากแรงหนุนมาตรการพยุงเศรษฐกิจของภาครัฐ
"ในช่วงที่เหลือของปี2562 แนวโน้มเศรษฐกิจไทยยังอยู่ท่ามกลางความท้าทายและขาดปัจจัยหนุน แม้ว่าการส่งออกอาจจะกลับมาฟื้นตัวได้บ้างจากปัจจัยฐานและความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ จะเก็บภาษีล็อตสุดท้ายจากจีนน้อยลง หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายได้กลับมาสู่เส้นทางการเจรจากันอีกครั้งแต่ทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากความซบเซาของการค้าโลกรวม และปัจจัยค่าเงินบาทที่แข็งค่าเร็วซึ่งกระทบต่อการส่งออก"
นอกจากนี้ ยังแนวโน้มที่เงินบาทจะแข็งค่าอีกหากธนาคารกลางสหรัฐฯ ส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออกไทยทำให้แนวโน้มการส่งออกทั้งปี 2562 อาจมีความเป็นไปได้ที่จะไม่ขยายตัว
อย่างไรก็ตาม กกร.ได้ทำข้อเสนอเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายการยกระดับคุณภาพแรงงานไทย ประกอบด้วย 1.การปรับขึ้นค่าจ้างควรขึ้นตามความเห็นชอบของคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดไตรภาคี2. การเพิ่มประสิทธิภาพแรงงานและการพัฒนาฝีมือแรงงาน และ 3.การเพิ่มกำลังคนทดแทน