คดีนี้ยื่นฟ้องเมื่อ 27 ก.พ.58 โจทก์บรรยายฟ้องว่า เมื่อ 5 พ.ค.57 บจก.บี.พี.ซี.ฯ ประเทศกัมพูชา สั่งซื้อสินค้าปูนซิเมนต์ จากบริษัททีพีไอโพลีนพับบลิค จำกัด (ประเทศไทย) ทำใบสั่งซื้อส่งเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ ส่งอีเมล และ บจก.ทีพีไอโพลีนฯ ได้ออกหลักฐาน ใบเก็บเงินค่าสินค้า แจ้งให้ บจก.บี.พี.ซี.ฯ โอนเงินค่าสินค้าจำนวน 352,781 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย 11,428,308.40 บาท ผ่านบัญชีเงินฝาก ธ.ทหารไทยฯของ บจก.ทีพีไอโพลีนฯ
ในช่วง 9 พ.ค.57 จำเลยและพวก ร่วมกันเปลี่ยนแปลงข้อมูลใบเก็บเงินค่าสินค้าเสียใหม่ เป็นว่า ให้ บจก.บี.พี.ซี.ฯ โอนเงินค่าซื้อปูนซิเมนต์ จำนวน 11,428,308.40 บาท ผ่านเข้าบัญชีเงินฝาก ธ.กรุงไทย สาขารัฐสภา ชื่อ Thai and Chinese Bhuddhist Culture (สมาคมวัฒนธรรมวิถีพุทธไทย-จีน) ที่จำเลยเป็นนายกสมาคมฯ โดยทุจริต เป็นการนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ทำให้ บจก. บี.พี.ซี.ฯ เชื่อว่าเป็นบัญชีของ บจก.ทีพีไอโพลีนฯ ผู้เสียหายที่ 2 จนมีการโอนเงินเข้าบัญชีดังกล่าวที่เป็นของจำเลยกับพวก ต่อมาจำเลยได้โอนเงินเข้าบัญชีของตัวเอง เหตุเกิดขึ้นที่แขวง-เขตดุสิต และ เมียนมาร์ โดย ร.ต.ท.เชาวรินธร์ขอต่อสู้คดี โดยให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา
ศาลชั้นต้นจึงมีคำพิพากษาจำคุก 1 ปี 6 เดือน เมื่อกันยายน 2559 ความผิดยักยอกทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญาฯ มาตรา 352 วรรคสอง โดยเห็นว่าการกระทำของจำเลยยังไม่ครบองค์ประกอบความผิดฐานฉ้อโกง