ทรัมป์อาละวาดผ่านทวิตเตอร์เมื่อวานนี้ ระบุว่า เขาวิพากษ์วิจารณ์แนวทางที่นางเทเรซา เมย์ รับมือกับเรื่องเบร็กซิตมานานแล้ว ซึ่งเธอและผู้แทนรัฐบาลอังกฤษเป็นฝ่ายที่สร้างเรื่องวุ่นวายขึ้น เขาเคยบอกเมย์เกี่ยวกับแนวทางที่เหมาะสม แต่เธอกลับทำในสิ่งตรงกันข้าม ส่วนเซอร์คิม ดาร์ร็อค ทูตอังกฤษประจำกรุงวอชิงตันนั้น ทรัมป์บอกว่าเขาไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว และรัฐบาลสหรัฐฯ จะไม่ร่วมงานกับทูตคนนี้อีกข่าวดีสำหรับอังกฤษตอนนี้ก็คือ เดี๋ยวก็จะมีนายกฯ คนใหม่แล้ว
ปรากฎว่า วันนี้ทรัมป์ก็ยังไม่หยุด ออกมาด่ากราดไปยังอังกฤษอีกครั้ง โดยวันนี้ทรัมป์บอกว่า ทูตอังกฤษที่หน้าไหว้หลังหลอกสหรัฐฯ คนนี้เป็นคนขี้โอ่ ไม่เต็มบาตร และโง่เง่าที่สุด และควรเอาเวลาไปพูดเกี่ยวกับการเจรจาเบร็กซิตที่ล้มเหลวของนายกฯ ตัวเองดีกว่า พร้อมบอกด้วยว่า แนวทางเบร็กซิตของเมย์นั้นงี่เง่าและเป็นหายนะ
ถ้อยคำอันเผ็ดร้อนของทรัมป์ต่อประเทศพันธมิตรที่ใกล้ชิดสหรัฐฯ ที่สุดนี้ มีขึ้นหลังมีการเผยแพร่ข้อความในเอกสารลับของทูตอังกฤษที่สื่อสารเป็นการภายในเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ โดยในข้อความที่ย้อนไปตั้งแต่ปี 2560 ทูตอังกฤษวิจารณ์ว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ชุดปัจจุบันเป็นรัฐบาลที่ไร้ซึ่งความสามารถ แตกแยกภายใน ไม่สามารถคาดเดาได้ และไม่ชำนาญการทูต พร้อมตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ทรัมป์อาจพบจุดจบที่น่าอับอาย
ขณะนี้รัฐบาลอังกฤษกำลังอยู่ระหว่างสอบสวนว่าอีเมลลับหลุดออกไปได้อย่างไร และมีกระแสเรียกร้องมากขึ้นให้ตำรวจอังกฤษเปิดการสอบสวนคดีอาญาด้วย นอกจากนี้มีรายงานว่าทำเนียบขาวได้ยกเลิกบัตรเชิญทูตอังกฤษให้เข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับเจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์เมื่อค่ำวานนี้
ในการประชุม ครม.นายกฯ เมย์บอกกับบรรดารัฐมนตรีว่า การปกป้องทูตเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และการประเมินสถานการณ์อย่างตรงไปตรงมาของทูตเป็นสิ่งจำเป็น ขณะที่โฆษกรัฐบาลอังกฤษย้ำว่า รัฐบาลยังคงเชื่อมั่นในตัวทูตอย่างเต็มที่ความสัมพันธ์พิเศษระหว่างอังกฤษกับสหรัฐฯ คงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้ได้ก็เพราะตั้งอยู่บนพื้นฐานทางประวัติศาสตร์อันยาวนานและค่านิยมที่ยึดถือร่วมกัน ซึ่งนี่ก็จะเป็นรากฐานของความสัมพันธ์สืบต่อไป