นางสุพรรัตน์ กล่าวว่า ตนไม่รู้จักคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นการส่วนตัว เว้นแต่เพื่อนในกลุ่มคนร้ายรายหนึ่งที่เข้ามาเยี่ยมลูกตอนรักษาอาการบาดเจ็บ ยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องทางคดี ก่อนหน้านี้ทราบว่าตำรวจได้เรียกผู้ต้องสงสัยเป็นเยาวชนชายเข้าสอบปากคำแล้ว แต่เจ้าตัวได้ปฏิเสธ ตำรวจจึงปล่อยตัวไป
นางสุพรรัตน์ กล่าวต่อว่า ตนพยายามรวบรวมภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อช่วยเหลือตำรวจอีกทางหนึ่ง เพราะอยากทราบยี่ห้อและทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โดยได้รวบรวมมาจากกล้องในบริเวณกว่า 13 ตัว กระทั่งได้ภาพที่เห็นค่อนข้างชัด เมื่อนำไปมอบให้ตำรวจใช้ประกอบการทำคดี จนเวลาล่วงมานานกว่า 2 เดือนก็ยังไม่มีความคืบหน้า ทำให้ตนกังวลใจเพราะทุกวันนี้ในย่านพักอาศัยตนยังมีเหตุวัยรุ่นทำร้ายร่างกายกันแทบทุกวันหลังเวลาเลิกเรียน จึงร้องขอให้ตำรวจเร่งรัดการทำคดี