เนชั่นทีวี

ข่าว

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดรอบ21เดือน

04 ก.ค. 2562 | orawan_jan

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดรอบ21เดือน

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค มิ.ย. ลดต่ำสุดรอบ 21 เดือน และต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 เหตุคนไม่มั่นใจการเมือง และเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวช้าจากสงครามการค้า แนะรัฐบาลใหม่เร่งอัดฉีดเม็ดเงินผ่านบัตรคนจนและกองทุนหมู่บ้านดันจีดีพีปีนี้โต 3.5%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อเศรษฐกิจไทยเดือนมิ.ย.2562 พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทุกรายการปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่4 และอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 21 เดือนนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 เป็นต้นมา โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค(CCI) ปรับตัวลดลงเหลือ 76.4 จากพ.ค. 2562อยู่ที่ระดับ 77.7


ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ100 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังฟื้นตัวขึ้นไม่มากนักและผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนที่ส่งผลให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวในปัจจุบันสถานการณ์ทางการเมืองของไทย ตลอดจนสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศทั้งในปัจจุบันและในอนาคตโดยเฉพาะเรื่อง Brexit ซึ่งอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยในปีนี้อีกทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันยังมีความเสี่ยงละความผันผวนสูงประกอบกับราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการยังทรงตัวอยู่ในระดับต่ำยังคงเป็นตัวบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมและความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนทางการเมืองไทยในอนาคตยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ลดลง


สำหรับเศรษฐกิจไทยปีนี้มีโอกาสขยายตัว3.5%  หากมีการอัดฉีดเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจไปที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยผ่านโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งจะทำให้เงินสะพัดเร็วเพราะผู้มีรายได้น้อยมักใช้จ่ายอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้รัฐบาลใหม่ก็ต้องอัดฉีดการท่องเที่ยวหลังจากที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวจะหายไปประมาณ2 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันก็มีความจำเป็นต้องดูแลเสถียรภาพของค่าเงิน ซึ่งมองว่ารัฐบาลควรใช้นโยบายทางการเงินแบบผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนนโยบายทางการคลังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยอาจจะลดดอกเบี้ยลง 0.25%แล้วประเมินสถานการณ์ก่อนพิจารณาอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมต่อไป ทั้งนี้หากใช้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ1 แสนล้านบาท จะสามารถกระตุ้นจีดีพีได้ 0.5 - 0.7%

 

ข่าวล่าสุด