คาเมเนอี กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐฯ คือรัฐบาลที่ชั่วช้าที่สุดในโลก เป็นบ่อเกิดของสงคราม การนองเลือด และการแบ่งแยก และเป็นแบบนี้มาตลอดประวัติศาสตร์การคว่ำบาตรล่าสุดถือเป็นความโหดร้ายต่อประชาชนอิหร่าน และอิหร่านจะไม่ถอยเพียงเพราะการดูถูกของสหรัฐฯ ส่วนข้อเสนอเจรจาของทรัมป์นั้น คือการหลอกลวงเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่สหรัฐฯ ต้องการ อาวุธในมือต่างหากที่จะทำให้สหรัฐฯ ไม่กล้าเข้าใกล้
นี่คือการออกมาตอบโต้ครั้งแรกของผู้นำสูงสุดอิหร่านหลังถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรโดยเมื่อวานนี้ทรัมป์ได้ขู่อิหร่านว่า จะต้องเจอกับการทำลายล้างจนสิ้นซากหากยังคงโจมตีอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับอเมริกาอีก คำพูดนี้ของทรัมป์ทำให้หลายคนนึกย้อนไปถึงสมัยที่ทรัมป์ทำสงครามน้ำลายกับคิม จอง-อึน ซึ่งตอนนั้นทรัมป์เคยขู่ว่าเกาหลีเหนือจะเจอกับเปลวเพลิงและความเกรี้ยวกราดหรือ Fire and Furyแต่ล่าสุดทรัมป์ให้สัมภาษณ์ชี้แจงว่า คำขู่ของเขาไม่ได้หมายถึงการส่งทหารบุกอิหร่านและหากมีความขัดแย้งเกิดขึ้นก็จะไม่ยืดเยื้อ
ด้านประธานาธิบดีมาครงได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีโรฮานีโดยโรฮานีบอกกับผู้นำฝรั่งเศสว่า อิหร่านไม่ใช่ฝ่ายที่กำลังมองหาสงคราม แต่หากสหรัฐฯ รุกล้ำน่านน้ำหรือน่านฟ้าของอิหร่านอีก คราวนี้อิหร่านก็พร้อมเผชิญหน้านอกจากนี้โรฮานีบอกกับมาครงด้วยว่า อิหร่านจะไม่ยอมเจรจาเงื่อนไขในข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อปี 2558 อีก ขณะที่โฆษกหน่วยงานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่านเปิดเผยว่า ในวันพฤหัสบดีนี้อิหร่านจะเร่งเครื่องเสริมสมรรถนะยูเรเนียมให้เร็วกว่าเดิม หลังปริมาณยูเรเนียมสะสมผ่านหลัก 300 กิโลกรัม เพราะเส้นตายที่อิหร่านยื่นให้ประเทศยุโรปได้สิ้นสุดลงแล้ว