เนชั่นทีวี

ข่าว

แรมโบ้หลุดคดี งานนี้ใครรับผิดชอบ?

25 มิ.ย. 2562 | wanchat

แรมโบ้หลุดคดี งานนี้ใครรับผิดชอบ?

เรื่องใหญ่ที่กำลังกลายเป็นประเด็นวิจารณ์ทางการเมืองว่าด้วยเรื่อง "อภินิหารทางกฎหมาย" ก็คือกรณีที่เจ้าของฉายา "แรมโบ้อีสาน" นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตแกนนำแดงทั้งแผ่นดิน รอดถูกฟ้องคดีบุกล้มการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เมื่อปี 52


การประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนที่ไทยเป็นเจ้าภาพ และนายกฯลุงตู่ เพิ่งโชว์ speak english สั้นๆ เป็นครั้งแรก เพิ่งจะผ่านพ้นไปอย่างสวยงาม ทำให้หลายคนย้อนคิดไปถึงการประชุมแบบเดียวกันเมื่อ 10 ก่อนที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ เพราะจบลงด้วยความอัปยศ เพราะมีกลุ่มคนเสื้อแดงพากันบุกเข้าไปล้มการประชุม จนต้องหอบหิ้วบรรดาผู้นำชาติอาเซียนลงเรือหนีกันอย่างทุลักทุเล

หลายคนยังจำภาพเหตุการณ์วันนั้นได้ แต่น้อยคนที่จะทราบว่าคดีความเกี่ยวกับเรื่องยังคงมีอยู่ และบรรดาแกนนำคนเสื้อแดงในขณะนั้นก็ถูกฟ้องเป็นจำเลยในศาลอาญา ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการก่อความไม่สงบรวมๆ ในช่วงนั้น ซึ่งมีหลายเหตุการณ์ แต่เมื่อเร็วๆ นี้พนักงานอัยการแยกคดีเฉพาะเหตุการณ์บุกล้มการประชุมอาเซียนมาฟ้องต่อศาลจังหวัดพัทยาอีกคดีหนึ่ง ซึ่งดูเผินๆ ก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ

แรมโบ้หลุดคดี งานนี้ใครรับผิดชอบ?


แต่ปรากฏว่ามีเรื่องประหลาดเกิดขึ้น เพราะ 1 ในจำเลยคนสำคัญ คือ นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เจ้าของฉายา "แรมโบ้อีสาน" กลับไม่ถูกยื่นฟ้องด้วย ทำให้บรรดาเพื่อนแกนนำคนเสื้อแดงที่ยังคงถูกฟ้องกันระนาว ออกมาแฉและตั้งข้อสังเกตว่า อาจเป็น "อภินิหารทางกฎหมาย" ที่เกิดขึ้นเพราะนายสุภรณ์ย้ายข้างไปอยู่กับพรรคพลังประชารัฐหรือไม่



ผู้ที่ออกมาเปิดข้อมูลเรื่องนี้คือ อดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งก่อนหน้านี้ไปร่วมงานการเมืองกับพรรคไทยรักษาชาติ แต่พรรคถูกยุบ

นายณัฐวุฒิ โพสต์เฟซบุ๊คเมื่อวาน แฉว่า นายสุภรณ์กลายเป็นผู้ต้องหาในคดีนี้เพียงคนเดียวที่อัยการไม่นำตัวไปฟ้องคดีที่ศาลจังหวัดพัทยา โดยอ้างว่าไม่ได้ตัวมาฟ้อง ทำให้คดีในส่วนของนายสุภรณ์ขาดอายุความไปก่อน ตั้งแต่ช่วงกลางเดือนเมษายนที่ผ่านมา

นายณัฐวุฒิ ระบุว่า ผู้ต้องหาคดีนี้มี 6 คนที่เป็นผู้สมัคร ส.ส.ต่างพรรคการเมืองกัน ยกเว้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. ที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่ก็ไปช่วยหาเสียงให้พรรคเพื่อชาติ โดยทั้ง 6 คนมีนายสุภรณ์คนเดียวเท่านั้นที่ไม่ถูกฟ้องในคดีนี้ โดยเจ้าตัวไปลงสมัคร ส.ส.ในนามพรรคพลังประชารัฐ

แรมโบ้หลุดคดี งานนี้ใครรับผิดชอบ?


งานนี้ทำเอานายณัฐวุฒิตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็น "อภินิหารกฎหมาย" แบบหนึ่งหรือไม่ เนื่องจากนายสุภรณ์ก็เป็นผู้สมัคร ส.ส. และปรากฏตัวต่อสาธารณะตลอดเวลา ให้สัมภาษณ์สื่อบ่อยครั้ง แต่เจ้าหน้าที่กลับติดตามตัวมาฟ้องไม่ได้ จนคดีขาดอายุความไป

สำหรับข้อกฎหมายและแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องเป็นจำเลยต่อศาล หากผู้ต้องหาอยู่ระหว่าง "ปล่อยชั่วคราว" คือได้รับอนุญาตให้ประกันตัว เมื่อพนักงานอัยการมีคำสั่ง "ฟ้องคดี" ก็จะนัดหมายให้ผู้ต้องหามาพบเพื่อรับฟังคำสั่ง และนำตัวส่งฟ้องศาลต่อไป ถ้าผู้ต้องหาไม่ยอมมาตามนัด ก็ต้องประสานให้ตำรวจจับกุมตัวมาฟ้อง แต่หากผู้ต้องหาไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลที่อนุญาตให้ประกันตัว ก็ให้ประสานตำรวจจับกุมตัวมาฟ้องเช่นกัน



ฉะนั้นกรณีที่เกิดขึ้นกับนายสุภรณ์ ต้องย้อนไปดูว่า นายสุภรณ์อยู่ระหว่างได้รับประกันตัวหรือไม่ หรืออัยการมีคำสั่งฟ้องใกล้วันขาดอายุความ ทำให้ตำรวจอาจนำตัวมาส่งให้อัยการเพื่อส่งฟ้องศาลไม่ทัน ฉะนั้นเรื่องนี้จึงต้องรอฟังคำชี้แจงจากอัยการเท่านั้น

ล่าสุด รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ ได้ออกมาชี้แจงแล้ว เราถอดคำชี้แจงออกมาให้ดูกันง่ายๆ

แรมโบ้หลุดคดี งานนี้ใครรับผิดชอบ?



คุณผู้ชมดู "เส้นเวลา" ตั้งแต่เกิดการกระทำความผิด วันที่ 11 เมษายน ปี 52 อายุความ 10 ปี คดีจะขาดอายุความวันที่ 11 เมษายน ปี 62 คือเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

คดีนี้พนักงานสอบสวนมีความเห็น "สมควรสั่งฟ้อง" ผู้ต้องหา 7 คน เป็นแกนนำคนเสื้อแดง หนึ่งในนั้นคือนายสุภรณ์ ความผิดฐานร่วมกันโฆษณาหรือประกาศให้ขัดคำสั่งเจ้าพนักงานซึ่งสั่งให้เลิกการมั่วสุม ร่วมกันโฆษณาหรือประกาศให้กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาหรือวิธีอื่นใดเพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน

พนักงานสอบสวนส่งสำนวนให้อัยการวันที่ 1 สิงหาคม ปี 60 นายจักรภพ เพ็ญแข หนึ่งในผู้ต้องหาหลบหนีออกนอกประเทศ จึงมีการขออนุมัติศาลออกหมายจับ ผู้ต้องหาที่เป็นแกนนำจึงเหลือ 6 คน

เมื่ออัยการรับสำนวนมา ก็สั่งสอบสวนเพิ่มเติมตามรูปคดี ประกอบกับกลุ่มผู้ต้องหามีการยื่นร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา ซึ่งทางอัยการก็พิจารณาให้ตลอดระหว่างที่รอผลการสอบสวนเพิ่มเติม กระทั่งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ปี 62 คือปีนี้ ทางพนักงานอัยการมีคำสั่งฟ้องผู้ต้องหาทุกคน และได้นัดผู้ต้องหามาในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เพื่อนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดพัทยา แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้งหมดของเลื่อน

อัยการจึงนัดใหม่เป็นวันที่ 19 มีนาคม เเต่ระหว่างนั้น คือ วันที่ 15 มีนาคม นายสุภรณ์ได้มาขอเลื่อนนัดฟังคำสั่ง โดยอ้างเหตุติดปราศรัยเลือกตั้ง ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นๆ ยกเว้น นายอดิศร เพียงเกษ เขัาพบพนักงานอัยการ อัยการจึงยื่นฟ้องไป 4 คนเป็นจำเลยต่อศาล ขาดเพียงนายอดิศร กับนายสุภรณ์ ซึ่งอ้างผลเรื่องติดภารกิจหาเสียงเลือกตั้งเช่นเดียวกัน

อัยการจึงนัดใหม่เป็นวันที่ 2 เมษายน ปรากฏว่าในวันนั้น นายอดิศร เดินทางมา อัยการจึงนำตัวไปฟ้องตามหลังจำเลย 4 คนก่อนหน้า ส่วนนายสุภรณ์ได้ส่งทนายมาขอเลื่อนนัดฟังคำสั่งฟ้องของอัยยการ โดยอ้างว่าป่วย หายใจไม่ออก ต้องนอนโรงพยาบาล แต่อัยการพิจารณาแล้วไม่อนุญาตให้เลื่อน และทำหนังสือถึงผู้กำกับการ สภ.พัทยา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ให้จับกุมตัวนายสุภรณ์มาให้อัยการยื่นฟ้องต่อศาลให้ได้ เนื่องจากคดีจะขาดอายุความในวันที่ 11 เมษายน แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ตัวมาฟ้อง

รองโฆษกอัยการ ย้ำว่า อัยการไม่ได้ปล่อยปละละเลย จากลำดับเวลาต่างๆ จะเห็นว่าอัยการรับสำนวนมาในช่วงหลังเกิดเหตุถึง 8 ปีกว่า อัยการจะสั่งคดีทันทีที่ได้รับสำนวนก็ไม่ได้ เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาร้องขอความเป็นธรรม เมื่อสั่งเด็ดขาดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ปีนี้ ก็มีการเร่งรัดฟ้องคดีมาตลอด ฟ้องไปหมดทุกคน ยกเว้นนายจักรภพที่หนีไปต่างประเทศ กับนายสุภรณ์เท่านั้น ส่วนการไปตามจับกุม ไม่ใช่หน้าที่อัยการ ส่วนจะมีการตั้งกรรมการสอบอัยการเจ้าของสำนวนหรือไม่ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานมา แต่ก็ยืนยันว่าอัยการเจ้าของสำนวนทำงานตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มที่

เรื่องนี้น่าคิดว่าใครจะต้องรับผิดชอบกับการที่คดีขาดอายุความ เพราะกฎหมายไม่ได้มีระบุไว้ตรงๆ ว่า เจ้าหน้าที่ที่ทำให้คดีขาดอายุความ จะมีความผิดอย่างไร ยกเว้นมีพฤติการณ์ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ แต่คำถามคือ ใครจะเปิดตัวเป็นผู้เสียหาย การฟ้องคดีนายสุภรณ์ไม่ทัน ใครเป็นผู้เสียหาย ถ้ารัฐเป็นผู้เสียหาย แล้วใครจะเป็นตัวแทนไปฟ้อง และคดีแบบนี้เคยมีในสารบบประเทศไทยหรือไม่ คงต้องรอผู้รู้ทางกฎหมายมาตอบต่อไป

แต่จะบอกว่า "แรมโบ้อีสาน" หลุดคดีไปทั้งหมด ก็ไม่ถูกต้องนัก เพราะนายสุภรณ์ยังเป็น 1 ใน 24 แกนนำ นปช.ที่ถูกฟ้องเป็นจำเลยในศาลอาญา คดีก่อการร้าย ไล่รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ด้วย โดยอัยการยื่นฟ้องจำเลยและพวกฐานชุมนุมปลุกปั่นยุงยง ปิดล้อมสถานที่ราชการหลายแห่งทั้งในกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด รวมถึงพัทยา คดีนี้ศาลนัดพิพากษาวันที่ 14 สิงหาคม

ข่าวล่าสุด