ผู้ช่วยผู้ว่าการ กฟน. กล่าวว่า กฟน. ในฐานะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่เป็นผู้นำการขับเคลื่อนการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย มีการเตรียมความพร้อมรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่จะมาทดแทนรถยนต์น้ำมันในอนาคตอันใกล้ เนื่องจากเป็นพลังงานที่สะอาดและประหยัดโดย กฟน. ได้ร่วมสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
ในการลงนามบันทึกความเข้าใจกับผู้ประกอบการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องหลายราย โดยการลงนามกับบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและสถานีอัดประจุไฟฟ้าในประเทศไทยให้มีเพิ่มมากขึ้น โดย กฟน. จะเป็นผู้ดำเนินการให้บริการด้านการติดตั้งระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการอัดประจุไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นใจและสร้างความปลอดภัยในระบบไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าของ MG มีการแชร์ข้อมูลสถานีอัดประจุไฟฟ้าของ กฟน. พร้อมเครือข่ายอื่น ๆ ให้แก่ ระบบ MG iSMART Application ของ MG ซึ่งปัจจุบัน บน MEA EV Application ของ กฟน. มีตำแหน่งเครื่องอัดประจุไฟฟ้าจำนวนทั้งสิ้น 426 เครื่อง และเป็นผู้ดำเนินการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านระบบไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่บุคลากรของบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เช่น ตัวแทนจำหน่ายส่วนงานบริการลูกค้าช่างประจำศูนย์บริการ เป็นต้น นอกจากนี้ กฟน. ยังได้มีการจัดทำ"MEA EV Application" ที่สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายบนสมาร์ทโฟนเวอร์ชันล่าสุด 2.0 รองรับการใช้งานทั้งระบบ IOS และ Android สำหรับการค้นหาสถานีอัดประจุไฟฟ้าการจองหัวชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าแบบเรียลไทม์มีระบบนำทางไปยังสถานีชาร์จพร้อมควบคุมการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าผ่านระบบรีโมทด้วยแอปพลิเคชันทันที