รมว.เกษตรเร่งสางปัญหาประมงใน30วัน
19 มิ.ย. 2562 | khwanriam_kae

รมว.เกษตรสั่งตั้งคณะทำงานเร่งสางปัญหาประมงให้เสร็จภายใน 30 วันนับจากประชุมวันศุกร์ที่ 28 นี้ หลังตัวแทนประมงบุกกระทรวงร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนจากกฎหมายภายใต้ไอยูยู
ข่าว
19 มิ.ย. 2562 | khwanriam_kae

รมว.เกษตรสั่งตั้งคณะทำงานเร่งสางปัญหาประมงให้เสร็จภายใน 30 วันนับจากประชุมวันศุกร์ที่ 28 นี้ หลังตัวแทนประมงบุกกระทรวงร้องเรียนได้รับความเดือดร้อนจากกฎหมายภายใต้ไอยูยู
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตัวแทนประมงพาณิชย์และประมงพื้นบ้าน และผู้ประกอบการธุรกิจปลาป่นได้เข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อร้องเรียนถึงความเดือดร้อน โดยอ้างว่าได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม หรือ IUU (Illegal, Unreported and Unregulated Fishing) เช่น การนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ชาวประมงได้รับความเดือดร้อนจากต้นทุนการทำประมงที่พุ่งสูงขึ้นเกิดการแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดราคาสัตว์น้ำภายในประเทศตกต่ำ การให้ชาวประมงเปลี่ยนเครื่องมือตามกฎหมายกำหนด ซึ่งชาวประมงใช้ไม่เป็นและต้องลงทุนซื้อเครื่องมือใหม่ รวมถึงบทลงโทษหนักเกินไป กระทั่งชาวประมงบางพื้นที่ขู่จะเดินทางมาปักหลักเรียกร้องหน้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายกฤษฎา บุญราช บอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น ในฐานะรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องรับไว้ ส่วนการแก้ปัญหาต้องเป็นไปตามขั้นตอน แน่นอนว่าต้องมีการทบทวนกฎหมายทั้งหมด โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เร่งแก้ปัญหานี้ภายใน 30 วันนับจากการประชุมในวันศุกร์ที่ 28 มิถุนายนที่จะถึงนี้ วันนี้ได้แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ปัญหานี้แล้ว ขอยืนยันว่าเป็นการทบทวนกฎหมาย ไม่ใช่รื้อกฎหมาย แต่จะทำให้กฎหมายที่ยังไม่ชัดเจน ให้มีความชัดเจน โดยไม่กระทบต่อมาตรฐานสากล และในระหว่าง 30 วันนี้จะมีการผ่อนปรนไว้ก่อน สำหรับการนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำจากประเทศเพื่อนบ้าน กรมประมงก็ได้มีมาตรการที่เข้มงวดในการควบคุมการนำเข้าเช่นเดียวกับมาตรการที่ไทยใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับสัตว์น้ำในประเทศ โดยผู้ประกอบการที่จะนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำต้องแสดงเอกสารที่ระบุรายชื่อของเรือประมงที่ทำการจัดสัตว์น้ำ เลขที่ใบอนุญาต วันที่ทำการประมง ตลอดจนน้ำหนักสัตว์น้ำที่จับได้ของสินค้าที่นำเข้าทั้งหมด ซึ่งจะต้องได้รับการรับรองจากหน่วยงานรัฐอย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรไม่นิ่งนอนใจในความเดือดร้อนของชาวประมงที่เกิดขึ้น ในช่วงที่ผ่านมาก็ได้มีการสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการกำหนดมาตรการห้ามนำเข้าสินค้าสัตว์น้ำภายใต้พระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนําเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้าพ. ศ. 2522 และพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นพ.ศ.2550 โดยผลการหารือปรากฏว่า การออกมาตรการนี้มีข้อจำกัดเพราะต้องมีเหตุที่เชื่อได้ว่ามีความเสียหายอย่างร้ายแรงจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้นและต้องแสดงเอกสารหลักฐานที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ทั้งนี้ ภายใต้องค์การการค้าโลกสินค้าประมงจัดอยู่ในสินค้าอุตสาหกรรมการออกมาตรการป้องกันต้องบังคับใช้กับทุกประเทศและไม่ขัดต่อข้อตกลงระหว่างประเทศต่างจากสินค้าเกษตรที่สามารถใช้มาตรการป้องกันพิเศษภายใต้ความตกลงเกษตรที่สามารถกำหนดมาตรการนำเข้าต่างๆ เช่น ช่องทางการนำเข้าปริมาณนำเข้า ระยะเวลาการนำเข้า และกำหนดภาษีนำเข้า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้กรมประมงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและควบคุมการนำเข้าสัตว์น้ำที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด โดยบังคับใช้กฎหมาย 3 ฉบับได้แก่ พระราชกำหนดการประมงพ. ศ. 2558 พระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์พ. ศ. 2558 และพระราชบัญญัติอาหารพ. ศ. 2522