สืบเนื่องจากตามคำสั่งของ พล.ต.ต.เสนิต สำราญสำรวจกิจ ผบก.น.1 และพ.ต.อ.นครินทร์ สุคนทวิท รอง ผบก.น.1 ได้ให้ระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกรูปแบบ โดยเฉพาะผู้มีอิทธิพล ซึ่งผู้ต้องหาคดีนี้ มีฉายาว่า "เดี่ยว เมืองนนท์" เป็นผู้ต้องหารายสำคัญ ที่ก่อเหตุในพื้นที่จ.นนทบุรี ตลอดจนใน กทม.เป็นผู้มีอิทธิพล มีอาชีพค้ายาเสพติด เมื่อออกไปไหนมาไหนมักจะมีบริวารลูกจำนวนมาก ที่ต้องขับรถนำดูต้นทาง และปิดท้าย ไม่เกรงกลัวกฎหมาย หากใครเบี้ยวค่ายาเสพติดจะพาลูกน้องพร้อมอาวุธออกไปข่มขู่ทำร้าย หนำซ้ำเจ้าตัวมี"ตี๋ใหญ่"เป็นไอดอล มักพกปืน 2 กระบอกติดตัวตลอด และจะพักอาศัยหลับนอนในสถานที่ใกล้ริมน้ำ หากมีตำรวจเข้ามาจะลงไปอยู่ในน้ำ และใช้อาวุธปืนคู่กายต่อสู้ โดยประกาศไว้ว่า "จะไม่ยอมให้ตำรวจจับโดยดี"
จึงทำให้ทางตำรวจต้องใช้ความระมัดระวัง โดยเคยได้ร่วมกับพวก รวม 5 คน ก่อเหตุใช้อาวุธปืนข่มขู่ อุ้มตัวนายพีระ แมนสมบัติ อายุ 51 ปี ผู้รับเหมาก่อสร้าง ไปจากบ้านพักในย่านเกียกกาย เขตดุสิต กทม.เพื่อไปเคลียร์หนี้สินเป็นเงิน 1 แสนบาท ที่ผู้เสียหายติดค้างกับเจ้าหนี้ ในบ้านพักของนายเดี่ยว ย่านวัดกำแพง จ.นนทบุรี เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2558 จากนั้นทางตำรวจได้ขออนุมัติหมายจับไว้ ตลอดจนดลุ่มของคนร้ายมักออกตระเวนชิงทรัพย์จนสร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนจำนวนมากจนกระทั่งได้พบเบาะแสว่านายปัญญา จะเดินทางมาพร้อมลูกน้อง เพื่อรับยาเสพติดภายในหมู่บ้านพฤกชลดา ต.บ้านใหม่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ทางพ.ต.ท.บุรี จึงวางแผนวางกำลังดักทางเข้าออกหมู่บ้านแห่งนี้