เนชั่นทีวี

ข่าว

ศาลปกครองยกคำร้องโรงพยาบาลเอกชนค้าน'คุมยา'

14 มิ.ย. 2562 | rattana

ศาลปกครองยกคำร้องโรงพยาบาลเอกชนค้าน'คุมยา'

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน ประโยชน์ เพ็ญสุต ระบุ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ฉบับที่ 1 พ.ศ.2562 ที่กำหนดให้สินค้ายา และเวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์ รวมถึงบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเป็นสินค้าและบริการควบคุมปี 2562 ภายหลังจากที่สมาคมโรงพยาบาลเอกชน และโรงพยาบาลเอกชนรวม 42 รายได้ฟ้องร้องไปเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา โดยขอให้ทุเลาประกาศกกร. และขอให้เพิกถอนประกาศกกร.ที่กำหนดให้ยา เวชภัณฑ์ และบริการทางการแพทย์เป็นสินค้าและบริการควบคุม

สำหรับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดที่มีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามประกาศกกร.นั้น เป็นเพราะศาลพิจารณาเห็นแล้วว่าประกาศดังกล่าวออก โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี (ครม.)  และชอบด้วยกฎหมายจึงไม่ได้ทำให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่ผู้ฟ้องคดีทั้ง 42 รายจนยากแก่การเยียวยาแก้ไขในภายหลังแต่ในส่วนที่ฟ้องร้องให้ศาลเพิกถอนประกาศกกร.นั้น ศาลจะพิจารณาหลังจากนี้

 

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เห็นว่าการที่ศาลมีคำสั่งไม่ทุเลาการบังคับตามประกาศของกกร. แสดงว่า ประกาศกกร.เป็นไปโดยชอบด้วยอำนาจหน้าที่ และเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมายไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับธุรกิจของโรงพยาบาลเอกชนขั้นตอนต่อไปศาลจะพิจารณายกเลิกประกาศกกร.ที่ให้ยา เวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์เป็นสินค้าและบริการควบคุม ก็น่าจะเป็นไปตามข้อเท็จจริง

 

อย่างไรก็ตามกรมยังคงเดินหน้าบังคับใช้ประกาศกกร.ฉบับที่ 52 พ.ศ.2562ที่กำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนต้องส่งราคาซื้อ และขายยา เวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์มาให้กรมภายในวันที่ 12 ก.ค.นี้ และหากมีการเปลี่ยนแปลงราคาต้องแจ้งกรมการเปลี่ยนแปลงภายใน 15 วัน รวมถึงต้องประเมินค่ารักษาเบื้องต้นให้ผู้ป่วยทราบและต้องแจ้งราคายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์ให้ผู้ป่วยทราบก่อนจำหน่ายหรือให้บริการ

 

นอกจากนี้ ในการจำหน่ายยาสำหรับผู้ป่วยนอกให้โรงพยาบาลออกใบสั่งยาตามมาตรฐานการประกอบวิชาชีพเวชกรรม และใบแจ้งราคายา ให้ผู้ป่วยทราบล่วงหน้าด้วยไม่เช่นนั้นจะมีความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการพ.ศ.2542ซึ่งจะมีโทษทั้งจำและปรับ

 

ทั้งนี้ กรมยืนยันว่าการกำหนดให้โรงพยาบาลเอกชนต้องเปิดเผยราคายาถือเป็นการสร้างความโปร่งใสในทางธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับมติของที่ประชุมใหญ่องค์การอนามัยโลก(ดับบลิวเอชโอ) และคำสั่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่สนับสนุนความโปร่งใสในตลาดยาวัคซีน และผลิตภัณฑ์ รวมถึงบริการทางการแพทย์ เพราะราคายาและบริการทางการแพทย์ที่สูงเกินสมควรเป็นปัญหาของทั้งโลก ไม่ใช่เฉพาะไทยเท่านั้น

 

รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้นักวิเคราะห์หุ้นได้เข้าพบตนและสอบถามมีประเทศใดในเอเชียที่โรงพยาบาลเอกชนเข้าตลาดหลักทรัพย์ เขาก็บอกมีไทยจีน อินเดีย มาเลเซีย สิงคโปร์  ฯลฯแล้วยังบอกอีกว่า ซื้อหุ้นโรงพยาบาลเอกชนของไทยได้กำไรมากที่สุดเพราะผลประกอบการดีมาก ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ผลกำไรของโรงพยาบาลเอกชนของไทยดีมากแต่ขณะนี้รัฐบาลของหลายประเทศ ไม่เว้นแม้แต่จีนเริ่มเข้ามากำกับดูแลธุรกิจของโรงพยาบาลเอกชนมากขึ้นแล้ว


ข่าวล่าสุด