ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 กำหนดว่า "ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร" ต้องเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่มีจำนวน ส.ส.มากที่สุด ที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล และตัวหัวหน้าพรรคต้อง เป็น ส.ส.ด้วย ทำให้ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรคที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ต้องลาออก เพื่อเปิดทางให้พรรค หาหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่จะทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้าน
จุดนี้ส่อเค้าให้เกิด ศึกภายใน ในภาวะลำบาก แคนดิเดตหัวหน้าพรรค มี2 คน ส.ส.เชียงใหม่ "สมพงษ์ อมรวิวัฒน์" ผู้มีอาวุโสและประสบการณ์ทางการเมืองสูง กับ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. กทม.คนใกล้ชิดของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กำลังทำให้เสียงของ ส.ส.ในพรรคแตกเป็น 2 ฝ่าย ในการประชุมวิสามัญพรรคที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า ก็จะเห็นหน้าตาผู้นำฝ่ายค้าน
แต่หากชำแหละทั้ง 7 พรรคร่วมฝ่ายค้านแล้ว ก็ต้องยอมรับว่า ศึกในสภาครั้งนี้ของพวกเขาไม่ได้ทำงานง่าย ที่บางพรรคเพิ่งตั้งขึ้นมาใหม่ ขาดประสบการณ์ ส่วนพรรคอนาคตใหม่ ก็กำลังตกอยู่สภาวะที่ไม่ต่างจากเพื่อไทยสถานการณ์ที่ รัฐบาล มีเสียงปริ่มน้ำ 7 พรรค ฝ่ายค้าน จะใช้โอกาสให้เกิดประโยชน์ ได้แค่ไหน หรือต้องรอการเกิดขึ้นของฝ่ายค้านเลือดใหม่ จะได้วัดกันในสภา