จากการตรวจสอบพื้นที่ พบเลื่อยโซ่ยนต์ 3 เครื่อง จึงยึดและนำออกจากที่เกิดเหตุโดยเร็ว โดยยังไม่ได้ทำการตรวจสอบไม้ตะเคียนทองที่ถูกลักลอบแปรรูปแต่อย่างใด และในขณะนำเลื่อยโซ่ยนต์ของกลางออกจากที่เกิดเหตุ มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์ วิ่งเข้ามา จนท ซุ่มดูจนแน่ใจว่า เป็นฝั่งกัมพูชา หน่วย SMART Patrol จึงถอยไปยังพื้นที่ปลอดถัย ที่"พลาญพังคิ" ห่าง "พลาญจาก" 3 กม. เวลาประมาณ 17.00 น เพื่อป้องกันการสูญเสีย แต่ไม่สามารถออกมาได้ในวันเดียว จึงพักค้างแรมในคืนวันที่ 10 มิ.ย.
วันที่ 11 มิ.ย. ได้วิทยุแจ้งเหตุรายงานผู้บังคับบัญชา และนำของกลาง เลื่อยโซ่ยนต์ 3 เครื่อง กลับถึง ขสป.ห้วยศาลา เวลา 19.00 น. และในวันดังกล่าว นายชัยวัฒน์ ได้เข้าไปยังหน่วย ขสป.ห้วยศาลา เพื่อรวบรวมหลักฐานและให้กำลังใจ จนท.พร้อมทั้งจัดทำบันทึก เหตุการณ์ พร้อมของกลางเครื่องเลือยยนต์ เพื่อประกอบคดีต่อไป นายชัยวัฒน์ บอกว่า ไม้ตะเคียนทองที่ถูกลักลอบแปรรูปเชื่อว่า น่าจะมีใบสั่งเนื่องจากชายแดน ไทย-กัมพูชา มีการลักลอบทำไม้ตะเคียนทอง เพื่อการก่อสร้างในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน และมีการสร้างบ่อนคาสิโน และการขยายเมือง โดยสังเกตจากขนาดของไม้ มีหลายขนาด และจุดทำไม้ ห่างชายแดนกัมพูชาเพียงไม่ถึงครึ่งกิโลเมตร และมีเส้นทางชักลากไม้ลง ชัดเจนว่าไม้ เมื่อทำเสร็จแล้วจะขนลงไปตามเส้นทาง เข้าประเทศเพื่อนบ้านแน่นอน นอกจากพบไม้ที่แปรรูปเป็นแผน ยังพบไม้ถูกโคนไว้อีกจำนวนมาก
สำหรับการถอนกำลังของหน่วย SMART Patrol ถือว่าทำถูกต้อง เพื่อลดความเสี่ยงได้ดีที่สุดเพราะ จนท.ทุกนาย ต่างก็มีครอบครัวเช่นกัน