ภายหลังจากที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรีตัดสินยกฟ้องคดีที่ นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา ฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ ในคดีอาญาข้อหายักยกทรัพย์และรับของโจร เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยศาลพิเคราะห์ว่าหลักฐานที่นำมาต่อสู้ เป็นเพียงหลักฐาน พยานบุคคล ไม่มีพยานหลักฐานที่นำมาต่อสู้เพิ่มเติม การเบิกความพบข้อพิรุธหลายอย่าง และศาลเห็นว่า ครูปรีชา ไม่ใช่ผู้ครอบครองหวยจึงมีคำสั่งให้ยกฟ้องไป และในวันเดียวกันก่อนที่ศาลจะอ่านคำพิพากษา ครูปรีชา ยังได้ยื่นฟ้อง หมวดจรูญ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา เรียกค่าเสียหาย 3 แสนบาท และให้ หมวดจรูญ ขอขมาครูปรีชาออกสื่อติดต่อกัน 7 วัน นั้น
ล่าสุด วันนี้ (11 มิ.ย. 62) ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม ครูปรีชา ถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดย ครูปรีชา ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านทางโทรศัพท์ว่า กรณีการฟ้องร้องที่เกิดขึ้นเกิดจากวันที่ หมวดจรูญ เปิดบ้านแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 3 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนวันที่ศาลจะอ่านคำพิพากษาในคดีที่ตนฟ้อง หมวดจรูญ ในคดีอาญาข้อหายักยกทรัพย์และรับของโจร เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2562
โดยมีช่วงหนึ่งผู้สื่อข่าวถาม หมวดจรูญ ว่า "ฝากอะไรถึง ครูปรีชา ไหมค่ะ" และ หมวดจรูญ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนตามที่เผยแพร่ออกไปผ่านสื่อต่างๆ รวมทั้งในโลกโซเชียล ซึ่งจากคำให้สัมภาษณ์ดังกล่าวทำให้ตนได้รับความเสียหาย จึงนำมาซึ่งหลักฐานเป็นคลิปที่ตนได้นำไปฟ้อง หมวดจรูญ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยศาลได้ประทับรับฟ้อง และได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 22 กรกฎาคม 2562.
.
ส่วนคดีที่ตนฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา นั้น เป็นการกระทำต่างกรรมต่างวาระกัน ซึ่งเป็นการโพสต์ลงในเพจ "ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ" เนื่องจากที่ผ่านมา ทนายษิทรา ได้นำข้อมูลที่เป็นการให้ร้ายตนไปเผยแพร่ในโลกโซเชียล ดังนั้นตนจึงต้องปกป้องสิทธิของตนเอง โดยศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 8 สิงหาคม 2562