ชาวบ้านจากอำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำนวนกว่า 50 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนกับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คุณอังคณา นีละไพจิตร เพื่อขอให้ประสานงานนำร่าง นายหลีอุย แซ่อึ้ง หรือ "ซีอุย" ออกจากพิพิธภัณฑ์นิติเวชศาสตร์ ศิริราชพยาบาล นำไปประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อคืนศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้กับซีอุย
ตัวแทนชาวบ้านอำเภอทับสะแก บอกว่า นายซีอุย เป็นคนในชุมชนของพวกตน และต้องการที่จะให้สังคมรับรู้ว่า "ซีอุย"ไม่ได้มีพฤติกรรมกินคน หรือกินเนื้อมนุษย์ และคดีความก็ได้มีการตัดสินไปหมดแล้ว ก็ควรจะนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนาตามหลัก "สิทธิของคนตาย" โดยที่ทับสะแก มีชาวบ้านที่เป็นคนเก่าคนแก่เคยใช้ชีวิตในช่วงเวลาที่ซีอุยยังมีชีวิตอยู่ ก็ยืนยันว่าเขาไม่ได้มีพฤติกรรมกินคนอย่างที่สังคมเข้าใจ
นอกจากนี้ ชาวบ้านอำเภอทับสะแก ยังบอกด้วยว่า พวกเขายินดีที่จะเป็นเจ้าภาพในการประกอบพิธีทางศาสนาให้กับซีอุย รวมถึงการดำเนินการรับร่างจากพิพิธภัณฑ์ไปยังวัดทับสะแกอีกด้วย
คุณอังคณา นีละไพจิตร บอกกับชาวบ้านทับสะแกที่เข้ายื่นหนังสือว่า จะนำเรื่องนี้ไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เพราะปกติมนุษย์ไม่ว่าจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ก็ย่อมมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เมื่อเสียชีวิตไปแล้วก็ย่อมมีสิทธิ์ที่จะได้รับการนำร่างไปประกอบพิธีทางศาสนา กรณีของซีอุยไม่ได้มีญาติมาแสดงตัว จึงมีกระบวนการนำร่างไปไว้ที่โรงพยาบาลศิริราช ฉะนั้นทางกรรมการสิทธิ์ฯ จะรับเรื่องไว้เพื่อพิจารณาและประสานกับพิพิธภัณฑ์ศิริราชต่อไป
"ล่าความจริง" ได้รับข้อมูลจากผู้บัญชาการเรือนจำท่านหนึ่ง ที่เคยปฏิบัติหน้าที่ในเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งเป็นเรือนจำแห่งเดียวที่ถูกใช้เป็นสถานที่ประหารชีวิตนักโทษ และยังเป็นสถานที่ประหารชีวิตซีอุยด้วย โดยผู้บัญชาการเรือนจำรายนี้ บอกว่า การนำร่างของนายซีอุยไปทำการศึกษาวิจัยนั้น เป็นเรื่องนานกว่า 60 ปีแล้ว จึงไม่แน่ใจว่า ระเบียบหรือข้อกฎหมายในตอนนั้นมีขั้นตอนอย่างไร แต่ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทางกรมราชทัณฑ์มีระเบียบปฏิบัติอย่างชัดเจนมาตลอดในการนำร่างนักโทษประหารไปประกอบพิธีทางศาสนา หรือนำไปทำอย่างอื่น