มีการชุมนุมตามท้องถนนของมหานครใหญ่อย่างน้อย 29 แห่ง ใน 12 ประเทศทั่วโลก รวมทั้ง เบอร์ลิน ซาน ฟรานซิสโก โตรอนโต แวนคูเวอร์ โตเกียว ซิดนีย์และไทเป เพื่อแสดงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับชาวฮ่องกงนับล้านคน ที่กำลังประท้วงคัดค้านการแก้ไขกฎหมายที่จะอนุญาตให้มีการส่งตัวผู้ลี้ภัยไปยังขอบเขตอำนาจศาล ที่ไม่มีสนธิสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกง โดยเฉพาะจีน
ที่แวนคูเวอร์ หนึ่งในจุดที่มีการประท้วงคู่ขนานที่ใหญ่ที่สุด พบว่า ผู้ประท้วงหลายร้อยคน ที่ส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพจากฮ่องกงและผู้มีเชื้อสายจีน ได้ไปชุมนุมกันที่ถนนนอกสถานกงสุลจีน โดยถือร่มสีเหลืองเป็นสัญลักษณ์และร้องตะโกนต่อต้านกฎหมาย ส่วนที่ฮ่องกง กลุ่ม "Civil Human Rights Front" ผู้จัดการประท้วงบอกว่า มีผู้เข้าร่วมราว 1.03 ล้านคน หรือเกือบ 1 ใน 7 ของจำนวนประชากรทั้งเกาะ 7.48 ล้านคน แต่ตำรวจประเมินว่ามีจำนวนเกือบ 2 แสน 4 หมื่นคน นับเป็นการประท้วงใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่ฮ่องกงกลับคืนสู่การปกครองของจีนเมื่อปี 2540
นักวิจารณ์ชี้ว่า กฎหมายฉบับนี้ จะทำให้ใครก็ตามบนเกาะฮ่องกง มีความเปราะบางต่อการถูกทางการจีนจับด้วยเหตุผลทางการเมือง หรือความผิดทางธุรกิจโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งจะทำลายระบบกฎหมายกึ่งปกครองตนเองของฮ่องกง ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากสหรัฐฯและสหภาพยุโรป แต่รัฐบาลฮ่องกงอ้างว่า กฎหมายถูกออกแบบมาอุดช่องโหว่ของกฎหมายปัจจุบัน โดยให้ฮ่องกงตัดสินใจเองเป็นกรณีๆ ไป ว่าจะส่งตัวผู้หลบหนีคดีไปยังดินแดนที่ไม่ได้มีสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่ เช่น ไต้หวัน มาเก๊าและจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งสมาชิกนิติบัญญัติได้รับประกันว่า การพิจารณาคดีที่ไม่เป็นธรรม จะไม่ถูกเขียนลงไปในกฎหมายอย่างแน่นอน ส่วนในกรณีของจีน การส่งตัวจะต้องพิจารณาคำร้องขอที่มาจากสำนักงานอัยการระดับสูงเท่านั้น แต่ชาวฮ่องกงไม่ไว้ใจและเกรงว่าจะส่งผลต่อคนที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีนแผ่นดินใหญ่