เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) นายนิยม เติมศรีสุข เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการขับเคลื่อนการใช้ประโยชน์จากกัญชาเพื่อการศึกษาวิจัยและเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ เห็นชอบแนวทางการศึกษาวิจัยและการจัดหากัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์หลังพ้นกำหนดนิรโทษกรรม 90 วัน ทางสำนักงาน ปปส.จึงได้ประสานหน่วยจับกุมให้ชะลอการเผาทำลายกัญชาของกลาง เพื่อขออนุญาตครอบครองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ตรวจวิเคราะห์สารปนเปื้อนจากกัญชาของกลาง 13 คดี น้ำหนักรวม 22 ตัน ที่จับกุมระหว่างวันที่ 1 ตุลาคมปี 2561 ถึง 31 มีนาคมปี 2562
ซึ่งล่าสุดรับเข้ามาตรวจสอบ 18 ตัน ปรากฎว่ามีกัญชา 2 ตันสามารถนำไปใช้วิจัยและพัฒนาได้ แต่มีเพียง 7 กิโลกรัมที่นำไปใช้สกัดทางการแพทย์ได้ ซึ่งภายในช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ เตรียมพิจารณาแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาล 3 แห่ง และมหาวิทยาลัยอีก 8 แห่ง ส่วนกัญชาของกลางที่ตรวจพบสารปนเปื้อนก็จะนำไปทำลายต่อไป
ส่วนของกัญชาที่เหลืออีก 16 ตัน มียาฆ่าแมลงและโลหะหนักปนเปื้อนเกินมาตรฐานไม่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ จึงเตรียมนำไปทำลายต่อไป อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ากัญชายังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 ขอเตือนประชาชนให้ระวังการใช้สารสกัดกัญชาจากตลาดมืดที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากแพทย์ หากมีข้อสงสัยในการใช้ประโยชน์จากกัญชา สามารถติดต่อขอรับข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐเองเพื่อให้ได้รับกัญชาที่มีคุณภาพและไม่ผิดกฎหมาย