นายอดุลย์ โชตินิสากรณ์อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมฯได้ติดตามสถานการณ์การถอนตัวของสหราชอาณาจักร (ยูเค) ออกจากสหภาพยุโรป (อียู) หรือBrexit อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการปรับแก้ไขตารางข้อผูกพันภาษีที่ไทยและประเทศอื่นจะได้รับการจัดสรรจากสหภาพยุโรป(อียู 27 ประเทศ) และยูเคภายหลังจาก Brexit ซึ่งล่าสุดอียูได้ออกประกาศระเบียบการจัดสรรโควตาRegulation (EU) 2019/216 กำหนดสัดส่วนโควตาระหว่างอียู 27ประเทศและยูเคแล้ว โดยสัดส่วนโควตาที่จัดสรรภายใต้กฎระเบียบนี้จะมีผลบังคับใช้ภายหลังจากBrexit
สำหรับรายละเอียดการจัดสรรโควตาในส่วนของสินค้าประมงที่ไทยสามารถใช้ได้ได้แก่ ปลาซาร์ดีนแปรรูป เดิมกำหนดโควตาที่ได้รับการจัดสรรเป็นการเฉพาะรายประเทศ (CSQ)สำหรับอียู 28 ประเทศ 1,410ตันต่อปี และโควตาตารวมทุกประเทศ (Erga Omnes) ซึ่งไทยสามารถใช้ได้จำนวน 865 ตันต่อปี ปรับใหม่เป็นประเภท CSQ อียู27 ประเทศ 123ตัน ยูเค 1,287 ตัน และประเภท Erga Omnes อียู27 ประเทศ 631ตัน ยูเค 234 ตัน เก็บภาษีในโควตา 0%นอกโควตา 25% , ปลาทูน่าแปรรูป เดิมอียู 28ประเทศ ประเภท CSQ 1,816 ตัน ประเภท Erga Omnes 742ตัน ปรับใหม่คงเดิมทั้ง 2 ประเภท เก็บภาษีในโควตา 0%นอกโควตา 24% , ปลาแปรรูป เดิมกำหนดโควตาประเภท ErgaOmnes จำนวน 200ตัน ใหม่คงไว้เหมือนเดิม เก็บภาษีในโควตา 0%นอกโควตา 15% และกุ้งแช่แข็ง เดิมกำหนดโควตาประเภท ErgaOmnes จำนวน 500ตัน ใหม่อียู 27 ประเทศ 474ตัน และยูเค 26 ตัน ภาษีในโควตา 0%นอกโควตา 20%
"จากการที่กรมฯได้พิจารณาสถิติการส่งออกของไทย ประกอบกับการจัดสรรโควตาภายใต้กฎระเบียบดังกล่าวจะเห็นว่าสัดส่วนการแบ่งโควตาในสินค้าปลาซาร์ดีนแปรรูปและปลาทูน่าแปรรูประหว่างอียู27ประเทศและยูเคสอดคล้องกับสถานการณ์ส่งออกของไทย แต่สินค้าปลาแปรรูปและกุ้งแช่แข็งที่ผ่านมา นำเข้าจากไทยน้อย แต่คาดว่าในอนาคตไทยจะมีโอกาสและศักยภาพในการส่งออกสินค้าดังกล่าวมากขึ้นเนื่องจากปัจจุบันอียูได้ปลดใบเหลือง IUU ให้ไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 8ม.ค.2562ทำให้ประเทศคู่ค้ามั่นใจว่าสินค้าประมงไทยมาจากการทำประมงที่ถูกกฎหมาย ปราศจาก IUU"นายอดุลย์กล่าว
ทั้งนี้ สถิติการส่งออกสินค้ากลุ่มดังกล่าวของไทยในปี 2561 (ม.ค.-ธ.ค.)พบว่า อียู 27 ประเทศนำเข้าปลาซาร์ดีนแปรรูปจากไทยเป็นอันดับ 3 ปริมาณ 42ตัน สัดส่วนร้อยละ 1.1 ของการนำเข้าจากทั่วโลก(นำเข้าจากโมร็อกโกเป็นอันดับหนึ่ง สัดส่วนร้อยละ 91) นำเข้าปลาทูน่าแปรรูปจากไทยเป็นอันดับหนึ่งปริมาณ 5,094 ตัน สัดส่วนร้อยละ 21ของการนำเข้าจากทั่วโลก นำเข้า กุ้งแช่แข็งจากไทยเป็นอันดับ 13ปริมาณ 1,402 ตัน สัดส่วนร้อยละ 1.6ของการนำเข้าจากทั่วโลก (นำเข้าจากเวียดนามเป็นอันดับหนึ่ง สัดส่วนร้อยละ 25)และนำเข้าปลาแปรรูปจากไทยเป็นอันดับ 13ปริมาณ 299 ตัน สัดส่วนร้อยละ 1.2ของการนำเข้าจากทั่วโลก (นำเข้าจากตุรกีเป็นอันดับหนึ่ง สัดส่วนร้อยละ 19)
ส่วนยูเคนำเข้าปลาซาร์ดีนแปรรูปจากไทยเป็นอันดับ 1ปริมาณ 104 ตัน สัดส่วนร้อยละ 52ของการนำเข้าจากทั่วโลก นำเข้าปลาทูน่าแปรรูปจากไทยเป็นอันดับ 9ปริมาณ 8 ตัน สัดส่วนร้อยละ 0.4ของการนำเข้าจากทั่วโลก (นำเข้าจากมอริเซียสเป็นอันดับหนึ่ง สัดส่วนร้อยละ 77)นำเข้า กุ้งแช่แข็งจากไทยเป็นอันดับ 7ปริมาณ 1,434 ตัน สัดส่วนร้อยละ 4ของการนำเข้าจากทั่วโลก (นำเข้าจากเวียดนามเป็นอันดับหนึ่ง สัดส่วนร้อยละ 25)ทั้งนี้ ไม่มีการนำเข้าปลาแปรรูปจากไทยในช่วงเวลาดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยอยู่ระหว่างการเจรจาหารือการจัดสรรโควตาภายใต้กฎระเบียบดังกล่าวกับอียูและยูเคเพื่อให้ไทยได้รับผลประโยชน์สูงสุด โดยกรมฯ จะมีการติดตามในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดหากมีความคืบหน้าจะรีบแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบทันทีและขอให้ผู้ส่งออกสินค้าประมงไทยมั่นใจว่าการจัดสรรโควตาใหม่ของอียู 27 ประเทศและยูเค จะเป็นไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสถานการณ์ทางการค้าที่เกิดขึ้นจริงและไทยได้รับปริมาณโควตารวม ทั้งจากอียู 27 ประเทศและยูเครวมกัน ไม่น้อยกว่าโควตาเดิมที่ไทยได้รับจากอียู 28 ประเทศในปัจจุบัน