เนชั่นทีวี

ข่าว

พนักงาน กทพ. ยื่นฏีกา ระงับขยาย 'สัมปทาน' 30 ปี

06 มิ.ย. 2562 | rattana

พนักงาน กทพ. ยื่นฏีกา ระงับขยาย 'สัมปทาน' 30 ปี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ระบุ การขยายอายุสัมปทานทางด่วน 3 โครงการ โครงการละ 30 ปี ให้กับบมจ.ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ หรือ BEM ตามมติคณะกรรมการ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกำกับสัญญา ซึ่งจะต้องส่งร่างสัญญาให้สำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณา หลังจากนั้นถึงจะเสนอกลับมายังบอร์ดกทพ. หลังจากนั้นถึงจะเสนอมายังกระทรวงคมนาคม และเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีได้ และขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันพิจารณาทันหรือไม่ เพราะต้องให้ว่าไปตามขั้นตอน

ส่วนการตั้งข้อสังเกตว่าการขยายสัมปทานให้ BEM เพื่อแลกค่าโง่ 4.3 พันล้านบาท และการยุติ 17 คดีพิพาทถือว่าไม่คุ้มค่านั้น เป็นเรื่องที่ตอบแทนไม่ได้เช่นกัน ต้องรอให้คณะกรรมการกำกับสัญญาเสนอเรื่องมาก่อนขณะเดียวกัน กลุ่มพนักงาน กทพ. กว่า 2,000 คน ได้ร่วมลงชื่อในหนังสือขอทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายฎีกา เพื่อขอพระราชทานความช่วยเหลือให้ระงับการขยายอายุสัมปทานทางด่วน 30 ปี ระหว่างกพท.กับ BEM โดยทำหนังสือถึงราชเลขาธิการแล้ว
สำหรับหนังสือถวายฎีกาของกลุ่มพนักงานกทพ. ระบุว่า พนักงาน ลูกจ้าง และผู้บริหารการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ขอทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น จากการที่บอร์ด กทพ. มีมติให้แก้ไขสัญญาเพื่อขยายระยะเวลาสัมปทานทางด่วนให้คู่สัญญาออกไป 30 ปี เพราะการขยายสัญญาสัมปทานดังกล่าว อาจทำให้กทพ.ได้รับผลกระทบจนกลายเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีผลขาดทุน หากต้องมีการบันทึกมูลค่าจากการคำนวณรายได้ที่แบ่งให้เอกชน
ปัจจุบัน กทพ.มีกำไรสะสมประมาณ 4.46 หมื่นล้านบาท ณ ปีงบประมาณ 2561 มีกำไร (ขาดทุน) สุทธิต่อปีประมาณ 1 หมื่นล้านบาท หากต่อระยะเวลาสัมปทานออกไป 30 ปี กทพ.จะต้องแบ่งส่วนรายได้ค่าผ่านทางในแต่ละปีที่ BEM ประมาณการไว้ในเอกสารภาคผนวกท้ายสัญญาระยะเวลารวม 30 ปี เป็นเงินกว่า 424,756 ล้านบาท ซึ่งตามมาตรฐานการบัญชีจะต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าปัจจุบัน ทำให้กทพ. ต้องมีการลงบันทึกบัญชีทันทีที่สัญญามีผลบังคับใช้เป็นเงินประมาณ 119,319.24 ล้านบาท
การต่อระยะเวลาของสัญญาสัมปทานออกไป 30 ปี จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของ กทพ. อย่างรุนแรง อาจทำให้ตกเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีผลขาดทุนตั้งแต่ปีแรกที่มีการลงนามในสัญญาและขาดทุนต่อเนื่องไปอีกประมาณ 7 - 8 ปี เป็นการสร้างภาระในการบริหารประเทศอีกส่วนหนึ่งด้วย
นอกจากนี้ ร่างสัญญาดังกล่าวยังให้สิทธิเพิ่มเติมจากสิทธิเดิมตามที่บอร์ดกทพ. มีมติ เห็นชอบให้ BEM ได้รับสิทธิก่อน (First Right) ในการพัฒนาพื้นที่ใต้เขตทางพิเศษและบนโครงสร้างทางพิเศษ รวมถึงพื้นที่เชื่อมต่อโครงการระบบทางด่วนขั้นที่ 2 เป็นการให้สิทธิเพิ่มเติมนอกเหนือจากสิทธิเดิม ซึ่งอาจเป็นการกระทำนอกเหนือวัตถุประสงค์ของการเวนคืนพื้นที่จากประชาชน และการพิจารณาขยายระยะเวลาสัมปทานดังกล่าว ยังไม่มีการสอบถามอย่างเป็นทางการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการดำเนินการในด้านต่างๆ เช่น ไม่มีการสอบถามโอกาสการแพ้หรือชนะของคดีจากสำนักงานอัยการสูงสุด ไม่มีการสอบถามแนวทางการชำระหนี้ เป็นต้น จึงถือว่าร่างสัญญาขยายสัมปทานทางด่วน 30 ปีให้กับคู่สัญญาไม่มีความรอบคอบ

ข่าวล่าสุด