เบื้องต้นคาดจะใช้วงเงินปล่อยกู้ประมาณ 15,000 - 20,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเงินกู้คงที่ 3% 3 ปีแรก โดยแบ่งออกเป็น 3 มาตรการหลัก คือ
1.โครงการออมก่อนกู้ ซึ่งธนาคารจะเปิดให้ลูกค้าที่สนใจซื้อบ้านเริ่มต้นออมเงินกับธนาคาร โดยจะยึดตามมูลค่าการออมเทียบกับการผ่อนชำระรายเดือน ซึ่งหากมีการออมสม่ำเสมอ ทางธนาคารจะนำประวัติการออมเงินเป็นเกณฑ์การในพิจารณาปล่อยกู้ให้กับลูกค้า
2.การปล่อยเงินกู้สำหรับผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย มาตรการนี้จะผู้พัฒนาโครงการเปิดเงื่อนไขลักษณะการเช่าซื้อให้กับลูกค้า และหากพบว่า ลูกค้ามีความสามารถในการผ่อนชำระดี ผู้ประกอบการก็สามารถติดต่อออมสิน เพื่อปล่อยเงินกู้ตรงให้กับลูกค้าต่อไป
และ3. คือ ปรับวิธีการคำนวณปล่อยสินเชื่อ โดยยึดหลักการประเมินรายได้ในอนาคตของผู้กู้ในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยเคาะตัวเลขกลางในกลุ่มพนักงานเอกชนจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยๆ 3% ส่วนข้าราชการจะมีรายได้เฉลี่ย 5% ซึ่งหากมีการประเมินด้วยเกณฑ์รายได้ล่วงหน้า จะช่วยให้ประชาชนมี่ที่อยู่อาศัยของตัวเองง่ายขึ้น ขณะที่ผลการดำเนินงานของธนาคารออมสินในช่วงไตรมาส 1 ของปี 2562 ที่ผ่านมามีกำไรสุทธิทั้งสิ้น6,045 ล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อและเงินลงทุน โดยมียอดการปล่อยสินชื่อใหม่กว่า 135,000 ล้านบาท และมีสินเชื่อคงเหลือเป็นอันดับ 1 ของระบบสถาบันการเงิน หรือมีตัวเลขอยู่ที่ 2,157,505 ล้านบาท ขณะที่ยอดหนี้เสีย (NPL)อยู่ที่ 2.83% เพิ่มขึ้นจากช่วงปลายปี 2561 เล็กน้อย และในไตรมาสแรก ธนาคารยังนำส่งรายได้เข้ารัฐถึง 7,268 ล้านบาท สูงสุดเป็นอันดับ 4 ของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด และตั้งเป้าผลประกอบการปีนี้มีกำไรไม่ต่ำกว่า 30,000 ล้านบาท
ส่วนแผนงานในช่วงครึ่งหลังของปี ได้วางแผนขับเคลื่อนเป็นธนาคารยุคดิจิทัล เปิดบริการแอปพลิเคชั่นต่างๆอำนวยความสะดวกให้ลูกค้า อย่างล่าสุดได้มีเปิดให้บริการ GSB Queue application ที่ช่วยให้ลูกค้าสามารถจองคิวออนไลน์จากที่บ้าน เพื่อนัดหมายการมาใช้บริการที่สาขา ได้ล่วงหน้าถึง 5 วัน
ด้านดิจิทัล แบงก์กิ้ง จะมีการสร้างบริการใหม่ๆบนแพลต์ฟอร์ม mymo ทั้งบริการด้านการออม การลงทุน ประกันชีวิต/ประกันภัย และการขอสินเชื่อ นอกจากนี้ยังมีการจัดมอบสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในรูปแบบ Loyalty Program โดยให้ลูกค้าสามารถสะสม GSB Point หรือ GSB Money ในการแลกของรางวัล
และอีกด้าน คือ การเป็น โซเซียล แบงก์กิ้ง เพื่อเป็นการตอบแทน คือสู่สังคม ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาความรู้และศักยภาพ โดยดำเนินการผ่าน Social Branch ซึ่งจะปรับบทบาทสาขานอกจากเป็นศูนย์กลางทางการเงินแล้ว ยังเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาชุมชน ทั้งการแก้ไขหนี้นอกระบบ การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และการพัฒนาอาชีพ