ขณะที่ยุคสมัยเปลี่ยนผ่านพร้อมกับเทคโนโลยีดิจิทัลก้าวเข้ามามีบทบาทต่อไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิตสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้นั่นคือ การชะลอตัวของสิ่งพิมพ์ แม้สถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการพิมพ์ทั่วโลกแต่ภาพรวมอุตสาหกรรมการพิมพ์ มีแนวโน้มเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่องโดยมีปัจจัยมาจากการเปลี่ยนแปลงการใช้งานเทคโนโลยีการพิมพ์ จากการผลิตหนังสือพิมพ์และนิตยสาร ไปสู่อุตสาหกรรมการผลิตรูปแบบใหม่ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์บรรจุภัณฑ์ และยังมองเห็นการปรับตัวเชิงบวกสำหรับผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่วงการอุตสาหกรรมจากทั่วโลก
ผู้อำนวยการโครงการ "แพ็ค พริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019" โดย เมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย (เอ็มดีเอ) เบียทริซ เจ โฮ กล่าวว่าอุตสาหกรรมการพิมพ์ยังไม่ตาย และยังคงสร้างมูลค่าได้อย่างมหาศาลแม้จะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของธุรกิจสิ่งพิมพ์อย่างหนังสือพิมพ์ และนิตยสารแต่เมื่อพิจารณาห่วงโซ่การผลิตของอุตสาหกรรมแล้วกลับเปลี่ยนผ่านการใช้งานไปสู่อุตสาหกรรมอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลักอย่างบรรจุภัณฑ์ ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีการพิมพ์เข้ามาเกี่ยวข้องตลอดวงจรการผลิต ซึ่งในระดับมหภาคทั่วโลกแล้วยังพบ 3 ปัจจัยสนับสนุน ที่จะส่งผลให้อุตสาหกรรมการพิมพ์เองยังคงสดใสและสนับสนุนให้มีการเติบโตในระยะยาว ได้แก่
1. ดิจิทัลแพคเกจจิ้ง กับโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมการพิมพ์ ดิจิทัลดิสรัปชั่น มีอิทธิพลต่อทุกอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมการพิมพ์และการบรรจุภัณฑ์ ปัจจุบันกระแสดิจิทัลแพคเกจจิ้ง เป็นที่ต้องการใช้งานในตลาดบรรจุภัณฑ์ทั่วโลก การจะได้มาซึ่งการผลิตดังกล่าว เทคโนโลยีการพิมพ์ที่มีศักยภาพจึงเป็นหัวใจสำคัญ โดยจากรายงานบทวิเคราะห์แนวโน้มการพิมพ์ดิจิทัลสำหรับบรรจุภัณฑ์ ของสมิธเธอร์ส ไพร่า (Smithers Pira) พบว่าตลาดบรรจุภัณฑ์ดิจิทัล กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยคาดการณ์อัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 13% ต่อปี หรือจะมีมูลค่าสูงราว 7.01 แสนล้านบาทไทย (2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ) ภายในปี 2565 โดยกลุ่มวัสดุที่มีแนวโน้มเติบโตสูง ได้แก่ กระดาษลูกฟูก บรรจุภัณฑ์อ่อนตัว บรรจุภัณฑ์แบบไดเรค ทู เชป (Direct-to-shape) และโลหะ สะท้อนโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างอุตฯ การพิมพ์ ผ่านการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่
2. การลงทุนเทคโนโลยีการพิมพ์เพื่อการผลิต รายงานสถานการณ์การลงทุนเทคโนโลยีการพิมพ์ จากงานดรูป้า (Drupa) มหกรรมเทคโนโลยีการพิมพ์ระดับโลก เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พบว่า ด้านโรงงานผู้ผลิตทั่วโลก ให้ความสำคัญกับการลงทุนเทคโนโลยีเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงดีมานด์ของตลาดการใช้งาน และเพื่อสร้างศํกยภาพในการผลิตรูปแบบใหม่ๆ ที่จะเพิ่มขึ้นในปี 2562 อาทิ บรรจุภัณฑ์ (เครื่องพิมพ์ออฟเซ็ทชนิดป้อนแผ่น 27% และเครื่องพิมพ์เฟล็กโซ 25%) โฆษณา (เครื่องพิมพ์พร้อมตัดดิจิทัลโทนเนอร์ 29% และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทหน้ากว้างชนิดพร้อมตัวตัดและม้วน 19%) และการพิมพ์เฉพาะทาง (เครื่องพิมพ์พร้อมตัดดิจิทัลโทนเนอร์ 27% และเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทหน้ากว้างชนิดพร้อมตัวตัดและม้วน 23%) ซึ่งนับว่าเป็นสัญญาณการลงทุนในอุตสาหกรรมการพิมพ์ที่ยังคงสดใส และไม่หยุดนิ่ง
3. เทรนด์สร้างมูลค่าเพิ่มด้วยเทคโนโลยี และนวัตกรรมความต้องการใช้งานบรรจุภัณฑ์สำหรับกลุ่มผู้บริโภคมีความหลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ หรือฉลากที่สวยงาม แปลกใหม่ ใช้งานง่าย ทนทาน ฯลฯ นวัตกรรม และโซลูชันในการพิมพ์และการบรรจุภัณฑ์จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัย ที่โรงงานผู้ประกอบการยังคงให้ความสำคัญ เพื่อตอบโจทย์ตลาดมากยิ่งขึ้น ทั้งระยะเวลาการผลิตไวขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น รวมถึงกระบวนการผลิตแบบใหม่ๆ ที่สามารถเข้าถึงได้ โดยช่วงที่ผ่านมาพบว่า การพิมพ์นูนแบบดิจิทัล ได้รับการประยุกต์ใช้ในการพิมพ์ตราฉลากมากขึ้นถึงร้อยละ 11.9 ในปี 2560 ตลอดจนการพิมพ์รูปแบบอื่นๆ ที่ได้รับการนำเข้ามาใช้เพื่อการผลิตยุคใหม่
พฤติกรรมการใช้จ่ายออนไลน์ยังเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมการพิมพ์และการบรรจุภัณฑ์ยังคงเติบโต โดยไม่ว่าจะเป็นสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่ผู้บริโภคต้องได้รับการส่งถึงหน้าประตูบ้านนั้นล้วนต้องการใช้แพคเกจจิ้งทั้งสิ้น ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปัจจุบันนับว่าเป็นตลาดการพิมพ์บรรจุภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุด โดยมีสัดส่วนรายได้สูงถึง 42%และคาดว่าจะมีความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์สูงถึง 40% ในปี 2565 ขณะที่ข้อมูลล่าสุด จากสมาคมการพิมพ์ไทยและสมาคมการบรรจุภัณฑ์ พบว่า มูลค่าอุตสาหกรรมการพิมพ์และการบรรจุภัณฑ์ไทย ปี 2561มีมูลค่าร่วม 3 แสนล้านบาท โดยคิดเป็นอุตสาหกรรมการพิมพ์ 1.2 แสนล้านบาทการบรรจุภัณฑ์ 1.8 แสนล้านบาท และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 2ในตลาดการพิมพ์ และร้อยละ 10 20 ในตลาดบรรจุภัณฑ์
อย่างไรก็ดีนวัตกรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่ จะเป็นข้อท้าทายหนึ่งที่สร้างการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมในประเทศเมสเซ่ ดุสเซลดอร์ฟ เอเชีย จึงร่วมมือกับสมาคมการพิมพ์ไทยและสมาคมการบรรจุภัณฑ์ไทย เตรียมจัดงาน "แพ็คพริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019" มหกรรมจัดแสดงเทคโนโลยีสำหรับอุตสาหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์ที่รวบรวมมาจากกว่า 300 องค์กร 25 ประเทศชั้นนำทั่วโลกเพื่อเร่งการเข้าถึงนวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ประเทศไทยกำลังมองหา พร้อมจุดเด่นของงานอย่างบริการจับคู่ และให้คำปรึกษา ระหว่างคู่ธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยสร้างข้อได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการรายย่อยและอุตสาหกรรมไทยให้เท่าทันโลก สร้างผลลัพธ์การผลิตที่น่าดึงดูด ประหยัดต้นทุนสร้างความยั่งยืนในตลาดโลก ที่มีการแข่งขันในระดับสูงยิ่งขึ้น เบียทริซ กล่าวสรุป
"แพ็คพริ้นท์อินเตอร์เนชั่นแนล 2019" มีกำหนดจัดขึ้นระหว่าง 18 21 กันยายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pack-print.deหรือเฟซบุ๊กแฟนเพจ PackPrintInternational