เนชั่นทีวี

ข่าว

จับตาคดีตำรวจฟ้องกลับ! กรณีซ้อมผู้ต้องสงสัย

26 พ.ค. 2562 | sutthirak

จับตาคดีตำรวจฟ้องกลับ! กรณีซ้อมผู้ต้องสงสัย

เครือข่ายองค์กรนานาชาติต่อต้านการซ้อมทรมาน เกาะคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจฟ้องนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ผู้ที่ก่อนหน้านี้กล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่าร่วมกันทำร้ายร่างกายจนศาลพิพากษาตัดสินลงโทษไปแล้ว แต่หนึ่งในเจ้าหน้าที่ฟ้องกลับว่าให้การเท็จและฟ้องเท็จ

เครือข่ายองค์กรนานาชาติต่อต้านการซ้อมทรมาน World Organisation Against Torture หรือ OMCT เชิญชวนผู้สนใจให้ติดตามการดำเนินคดีในประเทศไทยคดีหนึ่ง คือเป็นคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฟ้องนายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร ผู้ที่ก่อนหน้านี้กล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่าร่วมกันทำร้ายร่างกายจนศาลพิพากษาตัดสินลงโทษไปแล้ว แต่หนึ่งในเจ้าหน้าที่ฟ้องกลับว่าให้การเท็จและฟ้องเท็จ ทวีตของ OMCT ระบุว่าหากศาลเชื่อว่านายฤทธิรงค์ผิดจริง เขามีโอกาสจะถูกตัดสินลงโทษจำคุกถึง 5 ปี พร้อมกับบอกอีกว่า การฟ้องร้องเอาโทษเหยื่อที่ถูกทำร้ายร่างกาย นับเป็นแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งอยู่ภายใต้การจับตาขององค์กรด้านสิทธิของไทยและองค์กรสิทธิของสหประชาชาติคดีที่ว่านี้ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมให้ข้อมูลไว้ว่า เป็นคดีที่นายตำรวจระดับนายดาบฟ้องร้องนายฤทธิรงค์ การฟ้องร้องนี้สืบเนื่องมาจากก่อนหน้านี้ ดาบตำรวจผู้นี้ตกเป็นหนึ่งในเจ็ดของผู้ต้องหาในคดีที่นายฤทธิรงค์ฟ้องร้องว่าร่วมกันทำร้ายร่างกายของเขาในระหว่างที่จับตัวไว้สอบปากคำ คดีที่นายฤทธิรงค์ฟ้องนั้นเป็นคดีในปี 2558 โดยนายฤทธิรงค์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปราจีนบุรีว่าถูกร่วมกันทำร้ายร่างกาย และต่อมาศาลได้ตัดสินลงโทษเจ้าหน้าที่ตำรรวจที่เกี่ยวข้องอย่างไรก็ตาม เมื่อ 17 ก.ค. 2561 หนึ่งในเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกฟ้องในคดีทำร้ายร่างกายนายฤทธิรงค์ได้ยื่นฟ้องต่อศาลว่า นายฤทธิรงค์ฟ้องเท็จและให้การเท็จต่อศาล ข้อมูลของมูลนิธิผสานวัฒนธรรมระบุว่า นายตำรวจผู้นี้เคยเป็นจำเลยในคดีซ้อมนายฤทธิรงค์มาแล้ว และเป็นคนเดียวที่ศาลได้ยกฟ้องไปทั้งนี้เนื่องจากฐานความผิดของนายตำรวจผู้นี้มีน้อยกว่าคนอื่น จึงทำให้คดีความหมดอายุภายในเวลาหนึ่งปี เมื่อศาลเห็นว่าคดีความหมดอายุไปแล้วจึงยกฟ้อง สำหรับคดีตำรวจฟ้องนายฤทธิรงค์นั้น ศาลปราจีนบุรีได้รับฟ้องไว้และนัดสอบปากคำในวันที่ 27 พ.ค.ที่จะถึงนี้เวลา 9.00 น. นายสมศักดิ์ บิดาของนายฤทธิรงค์ได้ประกันตัวบุตรชายไปด้วยเงิน 100,000 บาท เขาแสดงความผิดหวังอย่างมากที่บุตรชายของตนซึ่งถูกซ้อมทรมานกลับมาโดนฟ้อง เขาชี้ว่าตัวเขาและนายฤทธิรงค์ใช้เวลาถึงแปดปีเพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรม การถูกฟ้องยิ่งกระทบต่อจิตใจของลูกมากส่วนน.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรมให้ความเห็นว่า รัฐบาลมีหน้าที่คุ้มครองผู้ที่เสียหายจากการซ้อมทรมานเพื่อให้มีสิทธิร้องทุกข์ได้โดยไม่หวาดกลัว ทั้งนี้เพราะไทยลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการซ้อมทรมานเมื่อปี 2550 และเรื่องนี้้เป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครอง การถูกฟ้องกลับโดยตำรวจที่เป็นต้นตอการร้องเรียนถือว่าละเมิดอนุสัญญา ทั้งจะมีผลให้ผู้เสียหายคนอื่นหวาดกลัวไม่กล้าต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเองในกรณีที่โดนเจ้าหน้าที่รัฐละเมิด และเรื่องนี้ยังไม่เป็นผลดีต่อภาพลักษณ์ของไทยในเรื่องสิทธิด้วย

จับตาคดีตำรวจฟ้องกลับ! กรณีซ้อมผู้ต้องสงสัย

.

จับตาคดีตำรวจฟ้องกลับ! กรณีซ้อมผู้ต้องสงสัย

.

จับตาคดีตำรวจฟ้องกลับ! กรณีซ้อมผู้ต้องสงสัย

.

จับตาคดีตำรวจฟ้องกลับ! กรณีซ้อมผู้ต้องสงสัย

.

จับตาคดีตำรวจฟ้องกลับ! กรณีซ้อมผู้ต้องสงสัย

.

จับตาคดีตำรวจฟ้องกลับ! กรณีซ้อมผู้ต้องสงสัย

ข่าวล่าสุด