หุ้นของบริษัท ฮิควิชันผู้ผลิตเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยของจีน ร่วงลง 10% ในตลาดหลักทรัพย์เสิ่นเจิ้นก่อนขยับขึ้นเล็กน้อยแต่ยังปิดตลาดลดลงเกือบ 6% เมื่อเทียบกับวันก่อนความผันผวนนี้มีขึ้นหลังจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์ส รายงานว่าสหรัฐกำลังพิจารณาขึ้นบัญชีดำ ฮิควิชันที่จะทำให้บริษัทในสหรัฐจะต้องขออนุญาตจากรัฐบาลก่อนจึงจะสามารถจำหน่ายชิ้นส่วนให้ฮิควิชันได้แบบเดียวกับที่หัวเว่ย เทคโนโลยีของจีนเพิ่งถูกขึ้นบัญชีดำเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
ฮิควิชันอ้างว่าเป็นผู้ผลิตกล้องวงจรปิดรายใหญ่ที่สุดของโลกมีมูลค่าตลาดกว่า 37,000 ล้านดอลลาร์มีผลิตภัณฑ์ด้านการรักษาความปลอดภัยที่อาศัยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ทำให้สามารถจดจำใบหน้าหรือลักษณะทางกาย และตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติ เช่นการกระทำรุนแรงได้ นอกจากนี้ยังผลิตกล้องตรวจจับการจราจรและกล้องตรวจจับความร้อน
นอกจากนี้บลูมเบิร์กรายงานด้วยว่ารัฐบาลสหรัฐยังเล็งขึ้นบัญชีดำบริษัท เจ้อเจียงต้าฮัว เทคโนโลยีผู้ผลิตอุปกรณ์ด้านการรักษาความปลอดภัย และอีกบางบริษัทของจีนด้วยจากสถานการณ์ที่ส่อว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีนจะยืดเยื้อหอการค้าอเมริกัน หรือ แอมแชม ยอมรับว่าหลายบริษัทของสหรัฐในจีนแสดงความวิตกต่อมาตรการตอบโต้ของจีนต่อสหรัฐและกำลังพิจารณาย้ายฐานการผลิตจากจีนไปยังประเทศอื่น
ผลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยแอมแชมในจีนระหว่าง 16-20 พ.ค.พบว่า นักธุรกิจสหรัฐราว 75% จาก 250 คนที่ตอบคำถามบอกว่า การขึ้นกำแพงภาษีของทั้งสหรัฐและจีนส่งผลกระทบต่อธุรกิจของพวกเขาและยอดคำสั่งซื้อลดลงเป็นเพราะต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นและราคาสินค้าสูงขึ้นผู้ตอบคำถามเกือบ 50% บอกว่า ได้รับผลกระทบจากมาตรการตอบโต้ที่ไม่ใช่กำแพงภาษีตั้งแต่ปีที่แล้วและกว่า 40% บอกว่ากำลังพิจารณาย้ายฐานการผลิตจากจีนหรือย้ายออกไปแล้วโดยส่วนใหญ่เลือกไปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเม็กซิโก