หลังการขึ้นบัญชีดำหัวเหว่ย ส่งผลกระทบในวงกว้างเกินกว่าที่สหรัฐฯ คาดการณ์ไว้โดยเฉพาะความวิตกในหมู่ผู้ใช้งาน ในกรณีที่อุปกรณ์ในระบบเครือข่ายมีปัญหาและไม่มีอุปกรณ์ใช้งานทดแทน อาจนำไปสู่ปัญหาเครือข่ายล่มนั้น ล่าสุด กระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐฯ ได้ยอมผ่อนผันด้วยการให้เวลาหัวเหว่ย 90 วัน ในการซื้อสินค้าจากบริษัทในสหรัฐฯ เพื่อใช้ในการดูแลระบบเครือข่าย แต่ห้ามนำไปผลิตสินค้าใหม่ ซึ่งจะทำให้หัวเหว่ยยังสามารถทำธุรกิจกับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Google, Intel, Qualcomm และอื่นๆ ได้ชั่วคราว แต่เมื่อพ้นกำหนดผ่อนผัน และทางการสหรัฐฯร่างกฎหมายเสร็จ การทำธุรกิจระหว่างบริษัทในสหรัฐฯกับหัวเหว่ย หรือบริษัทอื่นๆ ที่ถูกขึ้นบัญชีดำ จะต้องมีการทำหนังสือและขออนุญาตจากทางการสหรัฐฯก่อนเท่านั้น
การเคลื่อนไหวของฝั่งสหรัฐฯ มีขึ้นหลังมีข่าวว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ไปเยือน บริษัทผลิตสินแร่หายาก "JL MAG Rare-Earth Co" ที่มณฑลเจียงซี ที่อาจนำไปสู่การตอบโต้ทางการค้าด้วยการจำกัดการส่งออกสินแร่หายากไปยังสหรัฐฯ เนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตชิปคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฮเทคอีกหลายอย่าง และยังไม่ได้อยู่ในบัญชีสินค้านำเข้าภายใต้อัตราภาษีใหม่ เพราะสหรัฐฯ ยังมีความจำเป็นต้องนำเข้าจากจีน และที่สำคัญคือ ผู้นำจีนเดินทางไปพร้อมกับร้อมรองนายกรัฐมนตรี หลิว เหอ ผู้นำคณะการเจรจาการค้าของจีน ยิ่งตอกย้ำว่าเป็นการส่งสัญญาณไปยังสหรัฐฯว่า จีนอาจใช้สินแร่หายากเป็นตัวต่อรอง
แต่ล่าสุด มีรายงานว่า Lynas Corp ของออสเตรเลีย กำลังเตรียมจับมือกับบริษัท Blue Line Corporation ในเมืองฮอนโด รัฐเท็กซัสของสหรัฐฯ เพื่อสร้างโรงงานผลิตแร่หายากในสหรัฐฯ สนองห่วงโซ่อุปทานของสหรัฐฯ โดยเฉพาะวัตถุดิบที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และพลังงาน โดยจะเป็นผู้ผลิตสินแร่หายากที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อยู่นอกประเทศจีน