รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่า รัฐมนตรี ส.ส. และ ส.ว. ต้องไม่ถือสัญญาสัมปทาน ต้องไม่เป็นเจ้าของ หรือมีหุ้นในกิจการสื่อ และไม่เป็นคู่สัญญา หรือมีหุ้นในกิจการที่เป็นคู่สัญญาผูกขาดตัดตอนกับรัฐ หากเป็นสัญญาธรรมดาทั่วไปไม่เป็นไร เช่น กรณีไปมีหุ้นในบริษัทที่ทำสัญญารับเหมาก่อสร้างกับรัฐถือว่าไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นสัญญาที่ผูกขาดตัดตอนกับรัฐ เช่น สัมปทานหรือกิจการที่คล้ายกับสัมปทาน อาทิ การเดินรถ ทำเหมือง ถือว่าไม่ได้ หากใครมีตำแหน่งหรือถือหุ้นอยู่ในบริษัทที่เข้าลักษณะต้องห้ามแล้วจะดำรงตำแหน่งต้องลาออกก่อนนำความกราบบังคมทูลฯ แต่งตั้ง
เมื่อถามถึงกรณีผู้บัญชาการเหล่าทัพทั้ง 6 คน ที่เป็น ส.ว.โดยตำแหน่ง ต้องรับเงินเดือน 2 ทางใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องรับเงินเดือนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ตนเข้าใจว่ารับ 2 ทาง เขาเขียนยกเว้นไว้ชัดเจนในรัฐธรรมนูญ มาตรา 269 ซึ่งอาจจะไปเป็นคณะกรรมการอะไรก็ได้ เขาไม่ได้ห้าม เช่น ผบ.ตร. จะต้องเป็น ก.ตร. เพียงแต่ทั้ง 6 คนจะต้องไม่ไปมีกิจการสัมปทานที่ผูกขาดตัดตอน ขณะที่ ส.ว.อีก 200 กว่าคนนั้น ทำไม่ได้
เมื่อถามถึงกระแสข่าวนายวิษณุจะกลับมารับตำแหน่งในรัฐบาลอีกครั้ง นายวิษณุ ตอบกลับว่า ข่าวจากที่ไหน เมื่อสื่อรายงานกันเองก็ลือกันเอง ด้วยความสัตย์จริงขณะนี้ไม่มีใครมาพูดอะไรกับตน และเป็นเหมือนที่นายกฯพูด ท่านก็ยังไม่ได้เป็นอะไร ยังไม่มีใครเป็นอะไรสักคน จะอยู่หรือจะวืดยังไม่รู้ เมื่อถามย้ำ แล้วอยากกลับมาเป็นอีกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ตอบ เคยพูดแล้วว่าไม่ใช่คนสำคัญ อย่าให้เป็นประเด็นอะไร ตนมีทางเลือกอื่นในชีวิตเยอะ