รายการชั่วโมงสืบสวน 12 พ.ค. 62 - ทุกคนรู้ดีว่าค่ารักษา โรงพยาบาลเอกชน นั้นแพงอยู่แล้ว แต่มากไปกว่าคำถามว่า เมื่อรู้ว่าแพงจะไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนทำไม คือคำถามว่า โรงพยาบาลเอกชนคิดค่ายา เวชภัณฑ์ และค่าบริการทางการแพทย์สูงเกินความเป็นจริง และเกินกรอบของกฎหมายหรือไม่
เมื่อต้นเดือนมกราคม ที่ผ่านมา หลังจากที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคยื่น เรื่องร้องเรียนต่อกรมการค้าภายใน มีการประกาศให้ยาเป็นสินค้าควบคุม และตั้งคณะอนุกรรมการพิจารณามาตรการกำกับดูแลยาและเวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ มีตัวแทนของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข ตัวแทนภาคธุรกิจ โรงพยาบาลเอกชนและตัวแทนภาคประชาชน เข้ามาเป็นคณะอนุกรรมการ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
ต่อมาเดือนเมษายน สมาคมโรงพยาบาลเอกชน ขอลาออกจากคณะอนุกรรมการ พร้อมกับฟ้องร้องต่อศาลปกครอง ให้ยกเลิก คำสั่งที่ขึ้นทะเบียนยาเป็นสินค้าควบคุมประจำปี 2562 ผลกระทบจากการ ขึ้นบัญชีควบคุมยาเมื่อช่วงต้นปี ทำให้หุ้นของโรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งตกไปตามๆ กัน แม้ว่าราคายา เวชภัณฑ์และบริการทางการแพทย์ ของโรพยาบาลเอกชน ยังไม่ลดลงไปด้วยก็ตาม
นายกสมาคมโรงพยาบาลเอกชน นพ.พงษ์พัฒน์ ปธานวนิช บอกว่า สำหรับประชาชนเราต้องฝึก ถ้าเราจะเลือกโรงพยาบาลเอกชนก็ต้องเตรียมเงิน แต่ก็ต้องดูว่าจะไปรักษาในโรงพยาบาลขนาดไหน ถูกหรือแพง เปรียบเทียบเหมือนร้านอาหารเจ๊ไฝ ที่มีราคาอาหารสูงลิบลิ่วราคา 800 ถึง 1,000 บาท หลังจากที่ได้รางวัลมิชลินสตาร์ เช่นเดียวกันถ้าเราไปกินอาหารข้างบ้านเมนูเดียวกันในราคา 30 บาทแต่ไม่มีเนื้อปู แต่หากใส่เนื้อปูก็จะเป็น 100 บาท ถามว่าการแพทย์มันไม่เหมือนร้านอาหาร ถ้าเราเอาร้านอาหารเจ๊ไฝมาเทียบว่า เราเอาปูเหมือนกัน แต่จะเอาน้อยๆ ไม่เอาเป็นก้อน เอาปูไปฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ จะได้ราคาถูกลงหน่อย แต่การแพทย์ทำแบบนั้นไม่ได้