เนชั่นทีวี

ข่าว

เจาะธุรกิจรับตลาด 'สังคมอายุยืน' | 14-5-62 | ช่วงที่1

14 พ.ค. 2562 | rattana

เจาะธุรกิจรับตลาด 'สังคมอายุยืน' | 14-5-62 | ช่วงที่1

ปัจจุบันไทยมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปกว่า 9 ล้านคน คาดว่าจะเพิ่มเป็น 13 ล้านคน ภายใน 10 ปีข้างหน้า หรือปี 2572 Biz power พาไปดู 20 ธุรกิจดาวรุ่งในสังคมอายุยืน

ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอ สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์   ระบุว่า ทีดีอาร์ไอได้จัดทำผลศึกษาและข้อเสนอแนะแก่ภาครัฐ ธุรกิจ และภาคเอกชน ให้สามารถเตรียมพร้อมกับการที่ไทยเป็น "สังคมอายุยืน" พร้อมกับการเป็น "สังคมสูงวัย" ซึ่งจะมีผลกระทบทั้งด้านอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ โอกาสทางธุรกิจที่จะเข้ามารองรับตลาดสังคมอายุยืน พบว่าคนไทยจะมีอายุคาดการณ์เพิ่มขึ้น 4.4 เดือนต่อปี ทำให้ในปี 2559 คนไทยมีอายุเพิ่มขึ้นมาเป็น 75.3 ปี และคาดการณ์ว่าเด็กที่เกิดในปี 2559 เป็นต้นไปจะมีอายุยืนเฉลี่ย 80-98 ปี หรือเกือบ 100 ปี ซึ่งหมายความว่าต่อไปการที่คนไทยจะมีอายุเกิน 100 ปี เป็นเรื่องปกติ ล่าสุดจากรายงานของสำนักงานสถิตแห่งชาติปี 2560 พบว่ามีคนไทยที่มีอายุยืนกว่า 100 ปี แล้วถึง 9,041 คน  โดยปัจจัยที่ทำให้ประชากรมีอายุยืนมากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ทำให้คนแก่ช้าลง และมีสุขภาพดีขึ้น 



 จากแนวโน้มที่ประเทศไทยจะก้าวสู่สังคมอายุยืนภายใน 10 ปีข้างหน้านี้ คาดว่าจะส่งผกระทบต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย หรือจีดีพีลดลง 0.8% ต่อปี เช่น จีดีพีประเทศเติบโต 3.8% จะเหลือแค่ 3% เนื่องจากแรงงานในตลาดจะลดลง จากการเกษียณอายุการทำงานของกลุ่มคนสูงอายุที่เกิน 55-60 ปีขึ้นไป ในขณะที่อัตราเด็กเกิดใหม่ลดลงเช่นกัน ดังนั้นเพื่อเป็นการรักษาอัตราเติบโตเศรษฐกิจของประเทศ รัฐบาลควรมีมาตรการเข้ามารองรับสังคมอายุยืน เช่น ลดการออกจากตลาดแรงงานของคนอายุ 50-59 ปี ด้วยการขยายอายุการจ้างงานออกไปถึงอายุ 65 ปี  ดึงคนอายุ 60-69 ปีกลับมาทำงาน เพิ่มแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ตลาดแรงงานให้ได้ 1 แสนคน/ปี ลดการเกณฑ์ทหารลง 50% จากปีละ 1 แสนคน และเพิ่มการใช้เครื่องจักร ซึ่งภาคธุรกิจควรลงทุนในเรื่องของเครื่องจักรมาใช้ในภาคการผลิตเพิ่มขึ้นกว่าปกติ 1.1-1.6% ต่อปี ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาได้เกือบ 100% รวมทั้งการสร้างนวัตกรรมและโอกาสทางธุรกิจใหม่ เพื่อเพิ่มอัตราการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ  




 ขณะที่ นักวิชาการอาวุโสทีดีอาร์ไอ เสาวรัจ รัตนคำฟู บอกว่า นอกเหนือจากการนำระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์มาใช้ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจไทยแล้ว ในส่วนของธุรกิจที่คาดว่าะจะมีโอกาสขยายตัวเพื่อรองรับตลาดสังคมอายุยืน เช่น ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มผู้สูงอายุ ที่พักสำหรับผู้สูงอายุ ธุรกิจปรับปรุงบ้าน เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ผู้สูงอายุ เป็นต้น ที่จะเป็นธุรกิจดาวรุ่งสำหรับตลาดในกลุ่มนี้




นอกจากนี้  กลุ่มผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าและบริการให้กับกลุ่มผู้สูงอายุไม่ควรมองแค่ตลาดในประเทศไทย แต่ควรหาโอกาสเข้าไปเจาะตลาดกลุ่มผู้สูงอายุนอกประเทศด้วย ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลพบว่าการบริโภคของผู้สูงอายุในประเทศจะมีแนวโน้มลดลง โดยปี 2560 มีมูลค่าการบริโภคของคนอายุ 50-59 ปี มูลค่า 8.35 หมื่นล้านบาท แต่ในปี 2570 การบริโภคจะลดลง 21.4% เหลือ 6.56 หมื่นล้านบาท เนื่องจากอัตราการบริโภคของคนสูงวัยชะลอตัวลงตามรายได้ที่ลดลง 




หากมีการเจาะตลาดไปยังประเทศอื่น โดยเฉพาะจีนที่คาดว่าในปี 2567 จีนจะมีประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไป 197 ล้านคน จากปี 2562 ที่มี 166 ล้านคน รวมถึงประชากรสูงอายุในประเทศกลุ่มอาเซียนที่จะเข้าสังคมสูงวัยตามหลังไทยอีกกว่า 56 ล้านคนในปี 2567 จากปี 2562 ที่มี 44 ล้านคน เท่ากับว่าจะมีประชากรในตลาดผู้สูงอายุเกือบ 250 ล้านคน ในการทำตลาดสินค้าและบริการ      

ข่าวล่าสุด