เนชั่นทีวี

ข่าว

บอร์ดอีอีซีเคาะวันนี้ ประมูล'ไฮสปีด' 2.2 แสนล้าน

13 พ.ค. 2562 | vipaporn

บอร์ดอีอีซีเคาะวันนี้ ประมูล'ไฮสปีด' 2.2 แสนล้าน

ร.ฟ.ท.เสนอบอร์ดอีอีซี พิจารณาผลประมูลไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน วงเงิน 2.2 แสนล้านบาทวันนี้ หลังกลุ่มซีพียอมรับร่างสัญญา พร้อมเสนอตั้งองค์กรบริหารสัญญาโครงการ 50 ปี

รักษาการผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ..ท. วรวุฒิ มาลา ระบุ ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือบอร์ดอีอีซี ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในวันนี้ ร.ฟ.ท.จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาผลการประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูง หรือไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร หรือกลุ่มซีพี ได้รับการคัดเลือก โดยเสนอขอรับเงินอุดหนุน 117,227 ล้านบาท ต่ำกว่าที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติไว้คือ 119,425 ล้านบาทนอกจากนี้ จะเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาร่างสัญญาร่าวลงทุนระหว่าง ร.ฟ.ท.กับกลุ่มซีพี ซึ่งผ่านการพิจารณาจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว รวมทั้งผลการเจรจาระหว่างคณะกรรมการคัดเลือกเอกชนฯ กับกลุ่มซีพี โดยครอบคลุมถึงประเด็นข้อเสนอของกลุ่มซีพีที่อยู่นอกเหนือเงื่อนไขทีโออาร์ เช่น ข้อเสนอที่เกี่ยวกับการเงิน หากที่ประชุมเห็นว่ามีประเด็นใดที่ควรเจรจากับกลุ่มซีพีเพิ่มเติม ก็ขึ้นอยู่กับการกับการพิจารณา และหากเห็นชอบตามที่เสนอ คาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ในวันที่ 15 มิถุนายนนี้ ส่วนวันลงนามสัญญาร่วมลงทุน จะเป็นไปตามความเห็นร่วมของคู่สัญญา นอกจากนี้ ที่ประชุมจะพิจารณาหลักการจัดตั้งองค์กรบริหารโครงการไฮสปีดเทรน เชื่อม 3 สนามบิน เพื่อทำหน้าที่บริหารสัญญา 50 ปี โดยทำหน้าที่กำกับดูแลการก่อสร้าง การให้บริการรถไฟความเร็วสูง และการบริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้เป็นไปตามสัญญา โดยหลักการจะต้องออกกฎหมายรองรับการจัดตั้งองค์กรดังกล่าว เพื่อให้มีฐานะเป็นนิติบุคคล และมีอำนาจหน้าที่เป็นคู่สัญญากับเอกชนผู้ร่วมลงทุน และองค์กรนี้ไม่ได้ขึ้นตรงต่อ ร.ฟ.ท. สำหรับองค์กรบริหารโครงการที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ จะทำงานร่วมกับเอกชนผู้ร่วมลงทุน ซึ่งภายหลังการลงนามสัญญา จะต้องตั้งนิติบุคคลเฉพาะกิจ หรือเอสพีวี ทุนจดทะเบียน 4 พันล้านบาท เพื่อพัฒนาโครงการเกี่ยวกับการออกแบบงานโยธา ศูนย์ซ่อมบำรุง การติดตั้งระบบรถไฟความเร็วสูง การให้บริการและบำรุงรักษารถไฟความเร็วสูง รวมถึงการพัฒนาที่ดินเพื่อสนับสนุนโครงการ และการดำเนินกิจการเชิงพาณิชย์บริเวณสถานี เอสพีวีที่จะตั้งขึ้นจะต้องเป็นผู้ชนะการประมูล และมีนิติบุคคลไทยอย่างน้อย 1 ราย ถือหุ้นมากกว่า 25% รวมทั้งมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 4 พันล้านบาทในวันลงนามสัญญาร่วมลงทุน รวมทั้งก่อนเริ่มให้บริการเดินรถ จะต้องมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่น้อยกว่า 25,000 ล้านบาท ผู้ชนะประมูลจะได้สิทธิการบริหารโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการไฮสปีดเทรนเชื่อม 3 สนามบิน โดยภาครัฐจะรับภาระหนี้งานโยธาแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ แต่ผู้ชนะประมูลจะต้องชำระค่าสิทธิบริหารแอร์พอร์ตเรลลิงก์เต็มจำนวน 10,671 ล้านบาท 

ข่าวล่าสุด