พ.ต.อ.นริศ เปิดเผยต่อไปว่า จากนั้น ผู้เสียหายที่ลงทุนไปไม่สามารถติดต่อท้าวแชร์ได้ โดยคดีนี้มีผู้เสียหายจำนวน 4 ราย เข้าแจ้งความที่ สน.ดุสิต ความเสียหายประมาณ 2,000,000 บาท เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.นาตยา ต่อมา พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ จนมาถูกจับกุมได้ที่จ.พิษณุโลก จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มท้าวแชร์วัน-อ้าย ซึ่งถูกจับกุมในพื้นที่จ.สุรินทร์ มีมูลค่าความเสียหายประมาณ 1,000 ล้านบาท เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "ฉ้อโกง,ฉ้อโกงประชาชน,นำเข้าสู่ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ" ส่งพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ดำเนินคดี
จากการสอบถาม น.ส.แพรว (นามสมมุติ) อายุ 30 ปี เจ้าของธุรกิจขายสินค้าออนไลน์ หนึ่งในผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเข้ามาลงทุนในกลุ่มแชร์ของน.ส.นาตยา โดยรู้จักผ่านการโฆษณาชวนให้ผู้อื่นร่วมลงทุนทางเฟสบุ๊ก ตนจึงทักแชทไปส่วนตัว ซึ่งทางน.ส.นาตยา ได้ยื่นข้อเสนอมาว่า ใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ก็ได้ แล้วจะได้ผลกำไรคืนกลับมาในช่วงเวลา 10-30 วัน กำไร 20% จากเงินต้น ตนจึงตัดสินใจลงทุน เพราะได้ศึกษาทำให้คิดว่าเชื่อถือ อีกทั้ง มีเพื่อนร่วมลงทุนอยู่ด้วย จึงลองลงทุนไปเมื่อเดือน พ.ย.61 เป็นจำนวนเงิน 17,000 บาท จะได้กำไรกลับมาประมาณ 3,400 บาท ในระยะเวลา 10 วัน เมื่อครบกำหนดได้เงินต้นพร้อมดอกเบี้ยจริง จึงมั่นใจว่าไม่ถูกโกงเลยลงทุนต่อมาเรื่อยๆ ล่าสุด วันที่ 17 ก.พ.62 ผู้ต้องหาได้มีการโพสต์เชิญชวนให้ลงทุน ในวงเงิน 100,000 บาท ในระยะเวลา 6 วัน จะได้เงินต้นคืนพร้อมผลกำไร เป็นเงิน 110,000 บาท พร้อมทองคำ 1 สลึง ตนจึงร่วมลงทุนไปกว่า 800,000 บาท โดยผู้ต้องหาได้เชิญชวนเป็นครั้งสุดท้าย จนกระทั่ง วันที่ 21 ก.พ.62 มีการโพสต์แจ้งสมาชิกบ้านแชร์ว่าไม่สามารถจ่ายเงินคืนได้ เนื่องจากถูกปปง.ตรวจสอบและอายัดเงินทรัพย์สินไว้ หลังจากนั้น ก็ติดต่อไม่ได้อีก จึงรวมกลุ่มกับผู้เสียหายรายอื่นเข้าแจ้งความที่สน.ดุสิต