แหล่งข่าวจากกองทัพเรือ ให้ข้อมูลกับเนชั่นทีวี ว่า ไม่มีมุมมองเกี่ยวกับแนวความคิดของชาวต่างชาติและภรรยาคนไทย ที่มาสร้างบ้านลอยน้ำ Seasteading เพราะไม่อยากปรักปรำ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นแก๊งหลอกลวงหรือไม่ สร้างภาพแล้วขายของ เมื่อมีคนสนใจจับจอง ได้เงินแล้วก็หนีไป เหมือนกับการเล่นหุ้นลม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคืออะไร แต่ก็พยายามหาคำตอบ และยืนยันว่าทหารเรือทำงานไม่หยุดนิ่ง โดยอยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย
มีรายงานเพิ่มเติมว่า กรณีที่เกิดขึ้นครั้งนี้ กองทัพเรือต้องให้ความสนใจ แม้จะยังไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร แต่เมื่อมีแนวคิดแบบนี้ ทุกหน่วยงานก็ต้องมาระดมสมอง เพราะมีความพยายามอาศัยช่องโหว่ ซึ่งเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ที่สำคัญต้องระวังและตื่นตัว โดยทุกทัพเรือภาค ก็ต้องให้เรือออกไปลาดตระเวนตรวจสอบ เพราะมีโอกาสที่จะเกิดแนวความคิดนี้ เมื่อมี 1 เกิดขึ้น เดี๋ยวก็มี 2,3,4,5 ตามมา ทั้งนี้การไปพบกรณีต่างๆ ก็เพราะมีการลาดตระเวน อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากเรือประมง เรือต่างๆ ที่เมื่อพบเห็นสิ่งผิดปกติ ก็จะแจ้งมา ส่วนการดำเนินการทางกฎหมาย หน่วยงานที่้เกี่ยวข้องก็รับไป
ขณะที่เช้าวันนี้ ทัพเรือภาคที่ 3 ได้ดำเนินการเคลื่อนย้ายบ้านลอยน้ำกลับเข้าฝั่ง โดยพาสื่อมวลชนติดตามไปดูการทำงานด้วย
สำหรับข้อกฎหมายเกี่ยวกับความผิดของบ้านลอยน้ำ ประกอบด้วย
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 ผู้ใดกระทำการใดๆ เพื่อให้ราชอาณาจักรหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรตกไปอยู่ใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐต่างประเทศ หรือเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมเสียไปต้องระวางโทษประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต
มาตรา 7 (1) บัญญัติไว้สรุปได้ว่าผู้ใดกระทำความผิดตามมาตรา 7 หรือมาตรา 129 นอกราชอาณาจักรจะต้องรับโทษในราชอาณาจักร
พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ.2456 มาตรา 121 เมื่อมีเรือไทย เรือต่างประเทศหรือสิ่งอื่นใดจมลงหรืออยู่ในสภาพที่อาจเป็นอันตรายแก่การเดินเรือในน่านน้ำไทย ให้เจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของเรือ หรือสิ่งอื่นใดนั้น ให้จัดทำเครื่องหมายแสดงอันตรายโดยพลัน ด้วยเครื่องหมายตามที่เจ้าท่าหรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่เห็นสมควร สำหรับเป็นที่สังเกตในการเดินเรือทั้งเวลากลางวันและเวลากลางคืน จนกว่าเจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของเรือหรือสิ่งอื่นใดนั้นจะได้กู้ รื้อ ขน ทำลายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดแก่เรือหรือสิ่งอื่นใดซึ่งได้จมลงหรืออยู่ในสภาพที่อาจเป็นอันตรายแก่การเดินเรือออกจากที่นั้นเรียบร้อยแล้ว ซึ่งต้องกระทำให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่เจ้าท่าหรือพนักงานผู้มีหน้าที่กำหนด ถ้ามิได้จัดเครื่องหมายแสดงอันตรายหรือกู้ รื้อ ขน ทำลายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่เจ้าท่าหรือพนักงานผู้มีหน้าที่กำหนดตาม วรรคหนึ่ง ให้เจ้าท่าหรือเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่มีอำนาจจัดทำเครื่องหมายแสดงอันตรายหรือกู้ รื้อ ขน ทำลายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดแก่เรือหรือสิ่งอื่นใด และทรัพย์สินที่อยู่ในเรือหรือสิ่งอื่นใดให้พันจากสภาพที่อาจเป็นอันตรายแก่การเดินเรือโดยเรียกค่าใช้จ่ายจากเจ้าของหรือตัวแทนเจ้าของเรือหรือสิ่งอื่นใดนั้น
พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 (เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวของ นายแชด แอนตริว เอลวอทอสกี้ (MR.CHAD ANDREW ELWATOWSKI) สัญชาติอเมริกัน)
พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 (ด่านศุลกากรจังหวัดภูเก็ต ตรวจสอบการนำเข้าวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในการก่อสร้างว่ามีการนำเข้าจากต่างประเทศที่ถูกต้องตามขั้นตอนและมีการเสียภาษีหรือไม่)
พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ.2535 (อุตสาหกรรมจังหวัดภูเก็ต เข้าตรวจสอบโรงงานที่ผลิต ฯ ผลการตรวจสอบโรงงานดังกล่าวไม่มีใบอนุญาต จึงสั่งให้หยุดการดำเนินกิจการทันที)
พ.ร.บ.การขุดดินและถมดิน พ.ศ.2543 (อบต.ไม้ขาว อ.ถลาง จว.ภูเก็ต ตรวจสอบการขุดเปิดหน้าดินของโรงงานที่ผลิต)ประกอบกฎหมายระหว่างประเทศ
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ.1982 (UNITED NATIONS CONVENTION ON THE LAW OF THE SEA 1982: UNCLOS 1982)ข้อ 60 เกาะเทียม สิ่งติดตั้ง และสิ่งก่อสร้างในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ(1) ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ รัฐชายฝั่งจะมีสิทธิแต่ผู้เดียวที่จะก่อสร้างตลอดจนอนุญาตและวางระเบียบการก่อสร้าง การปฏิบัติงานของ และการใช้ (เอ) เกาะเทียม (บี) สิ่งติดตั้ง และสิ่งก่อสร้างเพื่อความมุ่งประสงค์ที่บัญญัติไว้ในข้อ 56 และเพื่อความมุ่งประสงค์อื่น ๆ ทางเศรษฐกิจ (ซี) สิ่งติดตั้งและสิ่งก่อสร้างซึ่งอาจกรบกวนการใช้สิทธิของรัฐชายฝั่งในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ
(2) รัฐชายฝั่ง มีอำนาจแต่ผู้เดียวเหนือเกาะเทียม สิ่งติดตั้ง และสิ่งก่อสร้างเช่นว่า รวมทั้งเขตอำนาจเกี่ยวกับกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ที่ว่าด้วยศุลกากร การคลัง อนามัย ความปลอดภัย และการเข้าเมืองข้อ 56 (ข้อ 1) ในเขตเศรษฐกิจจำเพาะ รัฐชายฝั่งมี (บี) เขตอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องของอนุสัญญานี้เกี่ยวกับ (1) การสร้างและการใช้เกาะเทียม สิ่งติดตั้ง และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
ข้อ 33 เขตต่อเนื่อง(1) ในเขตที่ต่อเนื่องกับทะเลอาณาเขตของตนซึ่งเรียกว่าเขตต่อเนื่อง รัฐชายฝั่งอาจดำเนินการควบคุมที่จำเป็น เพื่อ (เอ) ป้องกันการฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับศุลกากร การคลัง การเข้าเมือง หรือการสุขาภิบาล ภายในอาณาเขตหรือทะเลอาณาเขตของตน (บี) ลงโทษการฝ่าฝืนกฎหมายและข้อบังคับข้างต้นซึ่งได้กระทำภายในอาณาเขตหรือทะเลอาณาเขตของตน(2) เขตต่อเนื่องมิอาจขยายเกินกว่า ๒๔ ไมล์ทะเล จากเส้นฐานซึ่งใช้วัดความกว้างของทะเลอาณาเขต