โดยมี นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม นายมานิตย์ สุธาพร ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท รักษาราชการแทนรองปลัดกระทรวงคมนาคม และนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงคมนาคม และรองโฆษกกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมการแถลงข่าว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
1. ครม. พิจารณาอนุมัติโครงการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) วงเงินลงทุนรวม 21,795.941 ล้านบาท โดย ทอท. จะสามารถลงนามผูกพันในสัญญาก่อสร้างโครงการฯ เมื่อรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ (EHIA) ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติแล้ว
ปัจจุบัน ทสภ. มีทางวิ่ง 2 เส้น ซึ่งมีขีดความสามารถรองรับเที่ยวบินได้ 68 เที่ยวบินต่อชั่วโมง และกรณีการปิดซ่อมบำรุงรักษาทางวิ่งหรือเกิดเหตฉุกเฉิน ขีดความสามารถทางวิ่งลดลงเหลือ 34 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ขณะที่ความต้องการสูงสุดอยู่ที่ 50 เที่ยวบินต่อชั่วโมง ส่งผลให้เกิดความล่าช้าของเที่ยวบิน ทั้งทางภาคอากาศและภาคพื้น ทำให้อากาศยานสิ้นเปลืองน้ำมันและระยะเวลาการเดินทางของผู้โดยสารเพิ่มขึ้น การก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 3 เป็นการก่อสร้างทางวิ่งฝั่งตะวันตก ความยาว 4,000 เมตร ความกว้าง 60 เมตร รวมระบบทางขับ ระบบระบายน้ำ เครื่องช่วยเดินอากาศแบบทัศนวิสัย (Visual Aids) สถานีกู้ภัยและดับเพลิงและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มขีดความสามารถรองรับเที่ยวบิน เป็น 94 เที่ยวบินต่อชั่วโมง รวมทั้งในกรณีปิดซ่อมทางวิ่งจะทำให้สามารถรักษาคุณภาพการให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่สูญเสียโอกาสการเป็นศูนย์กลางการบินในอนาคตและสามารถรองรับปริมาณจราจรทางอากาศได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ทสภ. ออกแบบรายละเอียดโครงการก่อสร้างทางวิ่งฯ เสร็จเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะเริ่มดำเนินการภายในปี 2562 และคาดว่าก่อสร้างแล้วเสร็จภายในปี 2565
2. ครม. อนุมัติการจัดทำความตกลงการเดินรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทย โดยการจัดทำความตกลงเป็นผลมาจากการลงนามบันทึกความเข้าใจระหว่าง 2 ประเทศ ว่าด้วยการเชื่อมโยงโครงข่ายทางรถไฟ เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2557 ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการปรับปรุงเส้นทางรถไฟและก่อสร้างสะพานรถไฟระหว่างประเทศแล้วเสร็จสมบูรณ์ โดยนายกรัฐมนตรีของไทย มีกำหนดการเข้าร่วมพิธีฉลองความสำเร็จในการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย - กัมพูชา (บ้านหนองเอี่ยน - สตึงบท) พิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างอาคารด่านศุลกากรและถนนเชื่อมต่อฝั่งกัมพูชา พิธีเปิดสถานีรถไฟด่านพรมแดนบ้านคลองลึก พิธีลงนามความตกลงการเดินรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา และพิธีส่งมอบรถไฟดีเซลราง ในวันจันทร์ที่ 22 เมษายน 2562 ณ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยพิธีลงนามความตกลงดังกล่าว จะมีนายกรัฐมนตรีของทั้งสองฝ่ายร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงการเดินรถไฟร่วมกันระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา มีสาระความสำคัญเกี่ยวข้องกับการเดินรถไฟระหว่างประเทศ ครอบคลุมทั้งด้านการโดยสารและการขนส่งสินค้าทางรถไฟ การกำหนดนิยามคำศัพท์และการตีความ เช่น สถานีรถไฟระหว่างประเทศ สถานีชายแดน ทรัพย์สินร่วม เป็นต้น รวมถึงการระบุถึงกรรมสิทธิ์ที่ดิน พนักงานสถานีระหว่างประเทศ การจัดการเดินรถผ่านแดน การจัดหาล้อเลื่อนและการคิดค่าลากจูง ความรับผิดชอบต่อความเสียหาย และค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมล้อเลื่อน ความรับผิดชอบต่อการสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บ สินค้าสูญหาย
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สรุปการให้บริการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยรองรับการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ของกระทรวงคมนาคม ระหว่างวันที่ 11 -16 เมษายน 2562 ซึ่งจากการบูรณาการทำงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามแผนอำนวยความสะดวกและปลอดภัยฯ สามารถสรุปผลการดำเนินงานได้ ดังนี้
1.ประชาชนต้องได้รับความสะดวกในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะอย่างเพียงพอ ไม่ล่าช้าและไม่มีผู้โดยสารตกค้าง ณ สถานีขนส่ง สถานีรถไฟ สถานีรถไฟฟ้า ท่าเรือ และท่าอากาศยาน
2.การบริหารจัดการจราจร เส้นทางหลักบนโครงข่ายคมนาคม สามารถเคลื่อนตัวไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนชั่วโมงที่การจราจรติดขัด ลดลง 2-3 ชั่วโมง จากเทศกาลสงกรานต์ 2561
3.จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิต และจำนวนผู้บาดเจ็บบนโครงข่ายคมนาคม ลดลงเมื่อเทียบกับเทศกาลสงกรานต์ 2561 ( จำนวนครั้งลดลง 16.58% จำนวนผู้เสียชีวิตลดลง 13.69 % จำนวนผู้บาดเจ็บลดลง 17.84 % )
4.จำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ และจำนวนผู้บาดเจ็บบนโครงข่ายคมนาคม ที่เป็นจุดเสี่ยง จุดควบคุม และเส้นทางเฝ้าระวัง 111 เส้นทาง ลดลงกว่าปีที่ผ่านมา (จำนวนครั้งลดลง 26.27 % จำนวนผู้บาดเจ็บลดลง 48.89 % แต่จำนวนผู้เสียชีวิตมากกว่า 1 คน)
5.ไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนทางด่วน ทางยกระดับดอนเมือง และทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง
6. เกิดอุบัติเหตุรถตู้ฝ่าแผงกั้นชนรถไฟบริเวณจุดตัดรถไฟ จ.ลพบุรี มีผัูเสียชีวิตจำนวน 6 ราย ทั้งนี้ สิ่งสำคัญของการป้องกันและลดอุบัติเหตุให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นคือการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่มีวินัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่องต่อไป