17 เม.ย. 62 - อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก นพ.มรุต จิรเศรษฐสิริ บอกภายหลังการประชุมหารือกับ ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ อ.เดชา ศิริภัทร เป็นการภายในว่า กรมฯ พิจารณาแล้วเห็นว่าอาจารย์เดชา เข้าข่ายการเป็นหมอพื้นบ้านตาม 8 เงื่อนไข โดยเป็นที่ประจักษ์ว่ามีส่วนในการดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในบริเวณโดยรอบ นับเป็นการรักษาแบบแผนพื้นบ้านมานานแล้ว หลังจากนี้จะใช้เวลาดำเนินการ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบคุณสมบัติไม่เกิน 2 สัปดาห์ ก็จะสามารถขึ้นทะเบียนหมอพื้นบ้านให้กับอาจารย์เดชาได้ โดยใน ระหว่างนี้อาจารย์เดชายังไม่สามารถจะจ่ายกัญชา เพื่อการแพทย์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ต้องรอให้ขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้านโดยสมบูรณ์ก่อน หลังจากนั้นยังมีขั้นตอนในการเข้ารับการอบรม พร้อมกับขออนุญาตใช้กัญชาทางการแพทย์กับสำนักงานอาหารและยา หรือ อย.รวมทั้งต้องทำในรูปแบบของงานวิจัยกับสถาบันการศึกษาจึงจะสามารถแจกจ่ายกัญชาทางการแพทย์ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
.
ด้านประธานมูลนิธิข้าวขวัญ อ.เดชา ศิริภัทร บอกว่า วันนี้ได้มอบอำนาจในเจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญ ยื่นเรื่องขอรับรองเป็นหมอพื้นบ้าน ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรีแล้ว ส่วน 8 เงื่อนไขในการเป็นหมอพื้นบ้าน เชื่อว่าตนมีคุณสมบัติครบถ้วน เนื่องจากได้ดำเนินการแจกรางจืดเพื่อขับสารพิษให้กับชาวนาที่ใช้สารเคมี มามากกว่า 10 ปี ส่วนเรื่องกัญชา ตนทำเป็นการส่วนตัวมาก่อน เพราะไม่อยากป่วยเป็นมะเร็งแบบแม่ เมื่อรักษาตัวเองได้ผล ก็ช่วยรักษาชาวบ้านคนอื่น โดยให้พระท่านเป็นคนแจก ไม่คิดค่าใช้จ่าย ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่รอรับการแจกยาที่ปรุงโดยกัญชาจำนวนมากกว่า 5,000 ราย โดยหลังจากที่ต้องหยุดชะงักไป จึงรีบดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย เริ่มจากการขอขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้าน คาดว่าจะสามารถกลับมาแจกจ่ายกัญชาทางการแพทย์ ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายในสิ้นเดือนนี้