อย่างไรก็ดี เมื่อคณะกรรมการดำเนินการเจรจากับเอกชนแล้วเสร็จ ให้ดำเนินการแก้ไขสัญญาสัมปทานกับผู้รับสัมปทานดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน โดยการดำเนินการนี้ ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของรัฐ และประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนหรือผู้ใช้บริการ ความสะดวกและความปลอดภัยในการใช้บริการ การประหยัดค่าโดยสาร และการแบ่งปันผลประโยชน์ต่อภาครัฐอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม
ทั้งนี้ เมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดแล้ว ให้ กทม.เสนอร่างสัญญาร่วมลงทุนฉบับแก้ไขต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ ก่อนส่งสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับร่างสัญญาดังกล่าว และเมื่อสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจพิจารณาเสร็จแล้ว ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทบ นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ความเห็นชอบต่อไป
ด้านนายอาณัติ อาภาภิรม กรรมการที่ปรึกษา บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ที่ผ่านมาบีทีเอสเจรจาเรื่องการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วมกับ กทม.มาโดยตลอด แต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ ขอให้รอดูรายละเอียดสัญญาจากทางภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะมีการชี้แจงเร็วๆ นี้