ดร.พันธุ์อาจชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา3 ปีที่ผ่านมา NIAให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่องมีความมุ่งมั่นในการขยายขอบเขตการพัฒนาโครงการนวัตกรรมเพื่อสังคมซึ่งมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้ความคิดใหม่ และเทคโนโลยีที่เหมาะสมในการยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่ความเท่าเทียมกันในสังคมและสามารถลดปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างเป็นรูปธรรมล่าสุด เพื่อให้แนวนโยบายดังกล่าวมีการกระจายตัวและถูกนำไปพัฒนาในวงกว้าง NIA จึงได้ร่วมมือกับสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง(MI) ในการร่วมกันหาแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง(GreaterMekong Subregion, GMS) ซึ่งจะร่วมมือกันนำผลงานนวัตกรรมเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จและพร้อมขยายผลสู่การพัฒนาขีดความสามารถในระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงรวมถึงการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคมผ่านกิจกรรมต่างๆด้วยกัน
โดยNIAและ MI จะดำเนินการพัฒนาขีดความสามารถในระดับภูมิภาคเพื่อพัฒนานวัตกรรมเพื่อสังคมผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่นการดำเนินการโครงการความร่วมมือที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมทางสังคมการจัดฝึกอบรมกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกันการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ การพัฒนาและแบ่งปันข้อมูลและเครือข่ายของอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงรวมถึงการแลกเปลี่ยนบุคลากร นักวิชาการ นักวิจัย นอกจากนี้ยังมีแนวทางการในส่งเสริมและขยายผลความสำเร็จของโครงการนวัตกรรมเพื่อสังคมของไทยโดย MI จะร่วมพัฒนาข้อเสนอโครงการและแสวงหาแหล่งทุนจากภายนอกมาสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดกระจายโครงการนวัตกรรมเพื่อสังคมไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิต ลดความยากจน และขยายผลความสำเร็จไปสู่พื้นที่อื่นๆให้เติบโตร่วมกันอย่างยั่งยืนทั้งภูมิภาค
ในโอกาสครบรอบ 10 ปี แห่งการจัดตั้งสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) NIA มุ่งเดินหน้าสู่การเป็นหน่วยงานหลักในการส่งเสริมนวัตกรรมเพื่อการสร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมพร้อมเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการได้รับการสนับสนุนให้กับเยาวชน นักศึกษาผู้ประกอบการ และผู้สนใจการพัฒนานวัตกรรมทุกระดับ นอกจากนี้ยังมุ่งผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่ INNOVATION NATION หรือประเทศแห่งนวัตกรรมอย่างเต็มรูปแบบ
ด้านดร.วัชรัศมิ์ ลีลาวัฒน์ผู้อำนวยการบริหารสถาบันความร่วมมือเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจลุ่มน้ำโขง ( MekongInstitute: MI) กล่าวว่า "สถาบันเป็นองค์การระหว่างรัฐบาลที่มีภารกิจด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และเสริมสร้างศักยภาพในการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืนและการขจัดความยากจนให้แก่ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงภายใต้กรอบกิจกรรม 3 ด้าน ได้แก่ 1) การพัฒนาทางการเกษตรและการพาณิชย์ 2)การอำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุน และ 3) นวัตกรรมและการเชื่อมโยงเทคโนโลยีโดยสถาบันฯ จะดำเนินกิจกรรมหลักๆ 3 หัวข้อ ได้แก่ งานวิจัย งานฝึกอบรม และ งานข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
นอกจากนี้NIAและ MI ยังได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจในการร่วมกันหาแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนสำหรับประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมีวัตถุประสงค์เพื่อขยายผลของความสำเร็จของนวัตกรรมสังคมของ NIA ให้เป็นประโยชน์กับชุมชน โดยเฉพาะใน 4 พื้นที่ดำเนินโครงการที่ทางสถาบันฯมีความร่วมมือและทำงานร่วมกับชุมชนอยู่แล้ว ได้แก่ คำม่วน สปป.ลาว/ สะหวันนะเขตสปป. ลาว/ เมียวดี ประเทศเมียนมาร์/ และกวางตรี ประเทศเวียดนามโดยในระยะแรกจะดำเนินการโดยใช้แนวทางการฝึกอบรมและประยุกต์ใช้นวัตกรรมเพื่อการเกษตรในระยะนำร่อง (pilot phase) ใน 4 พื้นที่ดังกล่าวข้างต้น โดยมุ่งหวังให้เกิดการนำไปใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตรวมถึงเพิ่มการเข้าถึงตลาดในระดับอนุภูมิภาคและระดับสากลในลำดับต่อไปก่อให้เกิดการพัฒนาที่เท่าเทียมกันและนำไปสู่การลดความยากจนเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
อย่างไรก็ดีNIAและ MI ยังจะมีการนำเสนอโครงการ "SustainableAgriculture and Innovation in MLC" เพื่อของบประมาณจากกองทุนพิเศษภายใต้กรอบความร่วมมือแม่โขง-ล้านช้างประจำปี 2562 (MLC Special Fund 2019) ซึ่งคาดว่าโครงการดังกล่าวสามารถตอบโจทย์ความเชื่อมโยง ศักยภาพในการผลิต เศรษฐกิจข้ามพรมแดนความร่วมมือด้านทรัพยากรและเกษตร และการขจัดความยากจนได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียด สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) โทรศัพท์ 02-0175555 เว็บไซต์ www.nia.or.th หรือ facebook.com/niathailand