ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) จุฬา สุขมานพ เผยว่า ปัจจุบัน กพท.คุมเข้มตรวจสอบแผนบริหารธุรกิจ และการเงินของสายการบินนกแอร์เป็นพิเศษ เนื่องจากสายการบินนกแอร์เป็นสายการบินที่มีส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) เส้นทางในประเทศเป็นอันดับ 2 โดยมีสัดส่วนอยู่ที่กว่า 20% รองจากสายการบินไทย แอร์เอเชียที่มีส่วนแบ่งอยู่กว่า 30% และอันดับ 3 สายการบินไทย ไลอ้อนแอร์ ที่มีสัดส่วนอยู่ราว 18% แต่ปัจจุบันสายการบินนกแอร์ปัญหาทางการเงิน ยื่นขอยกเลิกเที่ยวบินมาอย่างต่อเนื่อง ปลดระวางเครื่องไปบางรุ่น และมีการปลดนักบินตามด้วย แต่ก็เชื่อว่าจะสามารถหาผู้ถือหุ้นใหม่ได้ในที่สุด
จากการตรวจสอบข้อมูลของ กพท.ในเบื้องต้น พบว่ากระแสเงินสดของนกแอร์เริ่มมีความน่ากังวล เพราะปกติธุรกิจสายการบินจะมีรายได้ และมีเงินสดมาจากการบิน แต่เนื่องจากนกแอร์เริ่มปรับลดเที่ยวบิน และมีการยกเลิกเที่ยวบินไปบ้าง ก็แสดงให้เห็นว่านกแอร์เริ่มไม่พร้อมที่จะทำการบิน ซึ่งมีที่มาหลายสาเหตุ เช่น หมุนเครื่องไม่ทัน เพราะเครื่องบินบางส่วนต้องส่งซ่อม และยกเลิกเพราะบางเที่ยวบินมียอดจองการเดินทางน้อย ซึ่ง กพท. มีความเป็นห่วง และจับตาดูเป็นพิเศษ ในส่วนของมาตรการดูแล และเยียวยาผู้โดยสาร เมื่อสายการบินยกเลิกเที่ยวบิน