จะเห็นได้ว่า แต่ละพรรคได้คะแนนเพิ่มขึ้นราวๆ 6% จากบัตรที่เหลือ 5-6% ที่นับเพิ่มจนครบ 100% โดยพรรคที่ได้คะแนนเพิ่มมากที่สุดในกลุ่มนำ คือ พรรคอนาคตใหม่ ตามด้วยเพื่อไทย และพลังประชารัฐคราวนี้มาไล่ดูกันว่า ขั้วการเมืองทั้ง 2 ขั้ว คือ ขั้วเพื่อไทยกับขั้วพลังประชารัฐ มีขั้วไหนที่ได้เสียงสนับสนุนเกินกึ่งหนึ่งแล้วบ้าง
เริ่มจากขั้วพรรคเพื่อไทยที่ประกาศจับมือ ลงสัตยาบันเป็นลายลักษณ์อักษรร่วมกัน 7 พรรค มีเสียงรวมกัน 246 เสียง ประกอบด้วย เพื่อไทย 137 + อนาคตใหม่ 80 + เสรีรวมไทย 10 + ประชาชาติ 7 + เศรษฐกิจใหม่ 6 + เพื่อชาติ 5 + พลังปวงชนไทย 1คิดตามสูตรนี้ยังไม่ถึง 250 เสียง
ส่วนขั้วพลังประชารัฐ เขาบอกว่ายังไม่ได้ทำอะไรมากมาย แค่คุยๆ กันไว้ คุยกับใครก็ไม่บอกด้วย แต่ถ้านับพรรคที่ประกาศสนับสนุน "บิ๊กตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเปิดเผย ชัดเจน จะพบว่ามี 3 พรรค คือ พลังประชารัฐ 116 + รวมพลังประชาชาติไทย 5 และประชาชนปฏิรูป 1 รวมเป็น 122 เสียงขณะที่พรรคที่ยังไม่แสดงท่าทีชัดเจน คือ ประชาธิปัตย์ 52 + ภูมิใจไทย 51 + ชาติไทยพัฒนา 10 + ชาติพัฒนา 3 + พลังท้องถิ่นไท 3 + รักษ์ผืนป่าประเทศไทย 2 รวมเป็น 121 เสียงนอกจากนั้นยังมีพรรคเล็กอีก 11 พรรคที่ได้พรรคละ 1 เสียง รวมเป็น 11 เสียง
ฉะนั้นถ้าขั้วพลังประชารัฐจะรวมเสียง ส.ส.ให้ได้เกินครึ่ง ก็ต้องดึงมาร่วมกันทั้งหมด ทั้งพรรคที่ประกาศหนุน "บิ๊กตู่" ชัดเจน 122 เสียง + พรรคที่ยังไม่แสดงท่าทีชัดเจน 121 เสียง และพรรคเล็๋ก 11 พรรค 11 เสียง จึงจะรวมเป็น 125 เสียง เกินครึ่งสภาแน่นอนคำถามคือพรรคเหล่านี้จะยอมร่วมกับพลังประชารัฐหรือไม่ เพราะพรรคที่มีปัญหาชัดเจนที่สุดก็คือประชาธิปัตย์ ซึ่งวันนี้เพิ่งคุยกัน และเสียงแตกมีทั้งอยากร่วมและไม่อยากร่วม