จากกรณีผู้ใช้เฟสบุ๊กที่ชื่อว่า Wacharee Limungkoon ได้โพสต์บนไทม์ไลน์ของตัวเองว่า ลูกของเธอเคยออกแบบเสื้อยืดชุด "เสือดำ" ให้กับทีมอาสาศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์นำออกจำหน่ายเพื่อระดมทุนเรื่องคดีเสือดำ และล่าสุดได้ออกแบบเสื้อยืดชุดเต่ามะเฟืองให้กับกลุ่มอาสากลุ่มหนึ่ง เพื่อเตรียมจะนำวางขายหาเงินมาสนับสนุนการอนุรักษ์เต่ามะเฟือง ทีมงานก็นำแบบและสีเสื้อไปให้บุคคลหนึ่งที่มีตำแหน่งวิชาการและตำแหน่งบริหารในสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งให้ช่วยให้ความเห็น ซึ่งก็ได้รับความเห็นตอบกลับมา ให้ลูกมาออกแบบเพิ่มจนเป็นที่มาของเสื้อด้านหลัง แต่ลูกและทีมงานไม่ไวพอ แบบของเต่ามะเฟืองที่ลูกออกแบบไว้ถูกนำไปก๊อปปี้และชิงผลิตเป็นเสื้อออกจำหน่ายก่อนจากบุคคลข้างต้นโดยได้ทุนจากบริษัทน้ำมันชื่อดัง แบบที่ออกใหม่กลับจากซ้ายเป็นขวา และปรับลายอีกนิดหน่อย แถมใส่ signature ติดไว้เป็น limited edition ด้วย โดยไม่เคยมีการติดต่อมาขออนุญาตใช้ต้นแบบ หรือแม้แต่ให้เครดิตชื่อ โครงการผลิตเสื้อจากทีมอาสาของลูกจึงต้องพับไป ถ้าใครเห็นเสื้อก็คงคิดว่าเป็นการออกแบบใหม่ แต่คนที่รู้และเกี่ยวข้องทุกคนก็รู้ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ลูกซึ่งไม่เคยชินกับระบบราชการ บอกว่า "ช่างมันเถอะแม่ อย่างน้อยเต่ามันคงได้ประโยชน์จากต้นฉบับที่ผมออกแบบอยู่บ้างหรอก"
ซึ่งทางทีมข่าวเนชั่นทีวีได้โทรไปสอบถามข้อมูลเพิ่มจากเรื่องนี้กับ รองคณะบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ กล่าวว่าา แนวคิดการทำเสื้อเต่ามะเฟื่องเป็นแนวคิดมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ซึ่งก็ได้ลองคุยกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งว่า สนใจอยากทำเสื้อเต่ามะเฟือง ทางบริษัทเอกชนก็ส่งแบบมาให้เลือกซึ่งก็กลายเป็นแบบเสื้อเต่ามะเฟืองอย่างที่เห็นในรูป ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าได้มีการคุยกับนักวิชาการจากมหาลัยชื่อดังนั้น อาจารย์ธรณ์ยืนยันว่า ไม่มีใครมาคุยเลย และไม่รู้ด้วยว่าจะมีคนต้องการทำเสื้อเต่ามะเฟือง
.
.
.
.