ส่วนพรรคตัวแปรที่เนื้อหอมสุดๆ ในตอนนี้ คือพรรคภูมิใจไทยของ "เสี่ยหนู" อนุทิน ชาญวีรกูล อ.คมสัน วิเคราะห์ความสำเร็จจากสนามเลือกตั้งของพรรคภูมิใจไทย และสถานะการเป็น "พรรคตัวแปร" ว่าใช่ของจริงหรือไม่
อีกหนึ่งพรรคที่สร้างเซอร์ไพรส์ และมีส่วนทำให้เสียงสนับสนุนในสภาก้ำกึ่งกันทั้งสองฝ่าย ก็คือพรรคอนาคตใหม่ ก่อนหย่อนบัตรว่ากันว่าฝ่ายความมั่นคงประเมินจะได้เสียงแค่ 20 เสียงเท่านั้น แต่ไปๆ มาๆ กลับได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งระบบจัดสรรปันส่วนผสม และได้ประโยชน์จากการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ทำให้กวาด ส.ส.ได้ถึง 80 ที่นั่ง แซงพรรคเก่าแก่และพรรคขนาดกลางทุกพรรค ขณะที่จุดยืนของพรรคอนาคตใหม่ที่แข็งกร้าว ทำให้การเมืองส่อถึงทางตัน อ.คมสัน มองอนาคตของพรรคอนาคตใหม่ และมีคำฝากไปถึงแฟนคลับหรือสาวกของพรรคสีส้ม
อ.คมสัน ยังฝากทิ้งท้ายว่า เมื่อการเลือกตั้งจบลง สิ่งที่น่ากังวลก็คือ นโยบายของหลายพรรคการเมืองที่ดูคล้ายๆ นโยบายขายฝัน โดยเฉพาะเรื่องค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือนปริญญาตรี ปวส. และการลดแลกแจกแถมต่างๆ ซึ่งต้องรอดูผลกระทบจากการดำเนินนโยบายเหล่านั้นกันต่อไป โดยอาจารย์คมสันกังวลว่า อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อรุนแรง เหมือนที่เคยเกิดขึ้นในยุโรป นี่คือทัศนะที่น่าสนใจของนักวิชาการที่คลุกคลีอยู่ในฝุ่นควันตลบอบอวลของการเมืองมาตลอดหลายปี ทำให้มองหลังเลือกตั้ง ดูจะยังไม่จบง่ายๆ และมีแนวโน้มที่สถานการณ์จะบานปลายกลายเป็น "วิกฤติหลังปิดหีบ"