"ล่าความจริง" ได้พบกับตัวแทนของนักศึกษาหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า นักศึกษากลุ่มนี้มองเห็นความสำคัญของกลุ่มออทิสติก ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวครัวเรือนไทยไปแล้ว จึงได้ร่วมกันสร้างสื่อการเรียนรู้ให้กับบุคคลออทิสติก ให้พวกเขาได้เข้าใจและพร้อมสำหรับการเดินเข้าคูหา เลือกคนดีเข้ามาบริหารประเทศ ติดตามเรื่องนี้ได้จากรายงานพิเศษเพลงจังหวะสนุกสนานพร้อมกับท่าเต้นที่ทำตามไม่ยาก คือสื่อการเรียนรู้สำหรับบุคคลออทิสติก หรือ กลุ่มคน ASD เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ระบุลักษณะต้องห้ามของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งเอาไว้ 4 กลุ่มเท่านั้น คือ ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ผู้อยู่ระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิ์การเลือกตั้ง ผู้ถูกคุมขังโดยหมายของศาล หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย และบุคคลวิกลจริต จิตฟั่นเฟือน หรือไม่สมประกอบ
จะเห็นว่า บุคคลออทิสติกไม่ได้อยู่ในข่ายต้องห้าม เพราะฉะนั้นหากพวกเขามีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ ก็สามารถไปใช้สิทธิ์ออกเสียง เลือกคนดีเข้าสภาได้
ด้วยแนวคิดที่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตยสมัยใหม่ คือรับฟังเสียงส่วนใหญ่โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง กลุ่มนักศีกษาหลักสูตรผู้นำยุคใหม่ในระบอบประชาธิปไตยของสถาบันพระปกเกล้ากลุ่มนี้ จึงหยิบเอาอุดมการณ์ "เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง" มาเป็นตัวตั้ง กระทั่งได้ข้อสรุปว่า กลุ่มออทิสติกคือบุคคลที่พวกเขาเลือกจะเข้าไปสัมผัส และช่วยกันเปิดโลกประชาธิปไตยให้
กลุ่มตัวอย่างที่เหล่านักศึกษาได้เข้าไปร่วมงานด้วยคือ บุคคลออทิสติกจากโรงเรียนปัญญาวุฒิกร ซึ่งน้องๆ สามารถอ่าน เขียน สื่อสาร และดูแลตนเองได้ ทั้งยังได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดของการเป็น "ออทิสติก" ที่บุคคลทั่วไปยังไม่เข้าใจและไม่คุ้นเคย นักศึกษาทุกคนจึงต้องเริ่มศึกษากันใหม่ โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็นขั้นเป็นตอน
โครงงานนี้ใช้เวลาไม่น้อย ผ่านอุปสรรคปัญหาเรื่องความแตกต่างด้านความคิด /วัย / และประสบการณ์การเรียนรู้ในสังคม ซึ่งทุกคนต้องทำการบ้านอย่างหนักเพื่อให้งานสร้างประโยชน์สูงสุด สิ่งสำคัญคือความแตกต่างของเด็กแต่ละคนที่จะต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้พวกเขาให้ได้
สื่อการเรียนรู้ 4 รูปแบบได้ผ่านการพัฒนาและทดลองจนเห็นผล ไม่ใช่แค่บุคคลออทิสติกที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปเท่านั้น แต่สื่อทั้ง 4 รูปแบบนี้สามารถช่วยปูพื้นฐานเกี่ยวกับ สิทธิ หน้าที่ และความเป็นประชาธิปไตยให้กับบุคคลออทิสติกตั้งแต่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์เลือกตั้ง และยังสามาถนำไปปรับใช้กับเด็กๆ ทั่วไปได้อีกด้วย
สื่อแรกคือการให้ความรู้เรื่อง "สิทธิและหน้าที่" มาในรูปแบบของ flash card ถูกออกแบบให้เข้าใจง่าย เป็นการจับคู่ของรูปภาพ กับความหมายของรูปภาพนั้น
จากรูปภาพที่ให้น้องๆ ได้ลองจับคู่ สร้างความสนุกไปพร้อมๆกัน สื่อต่อมาเป็น Motion Graphic อธิบายความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเลือกตั้งโดยมีสถานการณ์ใกล้ตัวมาเปรียบเทียบ
ความสนุกยังไม่หมด เพราะสื่อตัวที่สามคือ "มิวสิควีดีโอ" ที่เหล่านักศึกษาต้องช่วยกันคิดเนื้อร้อง และท่าเต้นประกอบ
กระบวนการกลั่นกรองแก้ไขมิวสิควีดีโอตัวนี้ไม่ง่ายเลย เนื้อหาต้องเข้าใจง่าย ทำนองต้องติดหู ท่าทางการเต้นต้องดูแล้วสนุก ทำตามได้ สถานที่ถ่ายทำก็ต้องเหมือนจริงที่สุด
สื่อการสอนทั้งหมดได้ผ่านกระบวนการคิดเพื่อร้อยเรียงเนื้อหาจากง่ายไปหายาก เริ่มจากเรียนรู้เรื่องสิทธิหน้าที่ทั่วไป โดยสอดแทรกเรื่องการเลือกตั้งเข้าไปบ้าง จากนั้นจึงพัฒนาขึ้นเป็นความรู้พื้นฐานโดยเรียนรู้จากกราฟฟิกที่เข้าใจง่าย จนมาถึงมิวสิควีดีโอที่ได้เห็นภาพสถานที่จริง ทั้งสามสื่อนำมาสู่สื่อการเรียนรู้ขั้นสุดท้ายที่น้องๆ จะได้ทดลองเข้าคูหาเลือกตั้งเสมือนจริง จากหน่วยเลือกตั้งจำลอง ซึ่งจะเป็นก้าวต่อไปในอนาคต
นี่คือโมเดลการสร้างสื่อการเรียนรู้เพื่อบุคคลออทิสติก เพราะพวกเขาเหล่านี้มักถูกมองข้ามเรื่องสิทธิทางการเมือง ทั้งที่พวกเขามีสิทธิ์์โดยชอบธรรม โดยหวังว่าสื่อเฉพาะสำหรับกลุ่ม ASD จะเป็นจุดเริ่มต้นให้สังคมได้เห็นว่า ยังมีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่มีเสียงเท่ากันกับเรา เพียงแต่เราต้องยื่นมือเข้าไปหาเขา เพื่อให้พวกเขาได้ใช้สิทธิ์นั้นอย่างภาคภูมิใจ